เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. แถลงว่า วันเดียวกันนี้ได้มีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน บริเวณกระทรวงแรงงาน เวลา 09.00 น. , กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร นัดรวมตัวบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในเวลา 17.00 น., กลุ่มพลเมืองโต้กลับ บริเวณหน้าศาลฎีกา เวลา 17.30 น. และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง เวลา 17.30 น. นั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อเข้าดำเนินการรักษาความสงบ เรียบร้อยในการชุมนุมฯ ดังกล่าว โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของ ประชาชนเป็นหลัก
บช.น.เตือนว่ากรุงเทพฯประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ พล.ต.ท.สําราญ นวลมา ผบช.น.ได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเน้นย้ำปฏิบัติภายใต้กรอบของกฏหมาย เส้นทางที่อาจได้ผลกระทบและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถนนงามวงศ์วาน, ลงโทลล์เวย์งามวงศ์วาน, สะพานข้ามแยกบางเขน, สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร, ถนนอโศก-ดินแดง, ถนนวิภาวดีรังสิต, ซอยพหลโยธิน 2, ทางลงด่วนดินแดง, อุโมงค์ดินแดง
สำหรับการปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม กลุ่มทะลุฟ้า, กลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.), กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร และ กลุ่มพลเมือง โต้กลับ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวาย ด้านกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มทะลุแก๊ส ไม่พบมวลชนในพื้นที่ แต่อย่างใด
จากการปฏิบัติการแก้ไขปัญหากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบตามมาตรการเชิงรุกในพื้นที่ วันที่ 27 ตุลาคม สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 1 คน โดยเป็นการจับกุมตามหมายจับ กรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุเผาและทำลายรถยนต์บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขว้างปาระเบิดบริเวณหน้าสน.พญาไท และ เผาป้อมสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกพญาไท เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2564 – 1 ต.ค.2564 โดยได้นำตัวไปดำเนินการตาม กฎหมายต่อไป และเจ้าหน้าที่ยังสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ที่กระทำความผิดก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ สน.ดินแดง ในห้วงวันที่ 21 ก.ย.2564 – 4 ต.ค.2564 จำนวน 6 คดี ผู้ต้องหา 15 คน ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของสถานการณ์พื้นที่รอบแฟลตดินแดงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจาก นโยบายเชิงรุกของ ผบ.ตร. ซึ่ง ผบช.น. ได้ขานรับนโยบายเขา้ไปแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดกำลัง เจ้าหน้าที่ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มากที่สุด ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรการ 3 สร้าง ได้แก่ สร้างความเข้าใจ สร้างความร่วมมือ และสร้างความสงบสุขให้แก่ ประชาชน
สรุปการดำเนินคดีตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 รวมทั้งสิ้น 760 คดี สอบสวนแล้ว 341 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 419 คดี

