เช็กที่นี่ เปิดเกณฑ์คลายล็อกสถานที่ ร้านอาหาร-ห้าง-กิจกรรมทั่วประเทศ เริ่ม 1 พ.ย.นี้

29.10.21 | 16:39 น.

ศบค.เคาะเปิด 4 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว ชี้ 1 สัปดาห์หลังเปิดประเทศจะรู้อนาคตเศรษฐกิจ ปท. ขอประชาชนการ์ดอย่าตก ลดเคอร์ฟิวเหลือ 7 จังหวัดสีแดงเข้ม

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ 8,968 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อในประเทศ 8,752 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 26 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 190 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,865,078 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,893,941 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยรักษาอยู่ 99,301 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 45,681 ราย รักษาในโรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 53,620 ราย อาการหนัก 2,222 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 515 ราย หายป่วยแล้ว 8,747 ราย หายป่วยสะสม 1,748,144 ราย เสียชีวิต 64 ราย เสียชีวิตสะสม 18,976 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 19,070 ราย จากข้อมูลวันที่ 28 กุมภาพันธ์-28 ตุลาคม ฉีดวัคซีนแล้ว 73,692,039 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 420,551 ราย สะสม 41,495,703 ราย เข็มที่ 2 412,497 ราย สะสม 29,881,984 ราย และเข็มที่ 3 46,508 ราย สะสม 2,314,352 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสำคัญ ดังนี้ การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรและการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 แบบบูรณาการ วัคซีนโควิด-19 ซึ่งการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีดังนี้ จากวันที่ 16 ตุลาคม มีพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 23 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 30 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 24 จังหวัด วันที่ 1 พฤศจิกายน ปรับเป็น พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 7 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 38 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 23 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง 5 จังหวัด พื้นที่สีฟ้า (นำร่องท่องเที่ยว) 4 จังหวัด ทั้งนี้ ให้จังหวัดกำหนดพื้นที่ย่อยในระดับอำเภอให้เข้มกว่าที่ ศบค.กำหนดได้ตามสถานการณ์ของจังหวัด ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ใช้มาตรการเช่นเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม ทุกพื้นที่ต้องเน้นย้ำมาตรการ Universal Prevention, COVID Free Setting และมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 7 จังหวัด คือ จ.จันทบุรี จ.ตาก จ.นครศรีธรรมราช จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.สงขาล ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูง 5 จังหวัด คือ จ.นครพนม จ.น่าน จ.บึงกาฬ จ.มุกดาหาร แล ะจ.สกลนคร และ พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร จ.กระบี่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต

Advertisement

“จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดที่นำร่องท่องเที่ยวซึ่งเป็น Sandbox อยู่แล้ว ส่วนกรุงเทพมหานคร ที่ประชุมมีการพิจารณา เพราะมีความห่วงใยมาตรการที่ต้องกำกับอย่างเต็มที่ กล่าวคือ จังหวัดสีฟ้า สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่การดื่มแอลกอฮอล์ จะปล่อยให้เกิดขึ้นตามวิถีปกติไม่ได้ เพราะเป็นเหตุของการติดเชื้อ และเป็นเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อกลับมาได้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯที่มีความซับซ้อนในการจัดการ ควบคุมโรค

“ดังนั้น ผอ.ศบค.จึงมอบหมายให้กรุงเทพมหานครนำข้อกังวลของที่ประชุมไปประชุมในบ่ายวันนี้ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.จะต้องออกมาตรการเฉพาะในการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าองค์กร สถานประกอบการ หรือสมาคมที่มีส่วนรับผิดชอบในการเปิดด้านนี้ ขอให้มีส่วนรับผิดชอบในการดำเนินกิจการ กิจกรรมให้กลับมาเหมือนเดิม เมื่อมีภาวะสุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือการแพร่ระบาด ต้องรับผิดชอบร่วมกัน นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า เมื่อมีการปรับระดับพื้นที่สีใหม่ มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 แบบบูรณาการตามระดับพื้นที่สถานการณืย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร 1 พฤศจิกายน มีดังนี้ การห้ามออกนอกเคหสถาน พื้นที่สีความคุมสูงสุดและแข้มงวด ขอความร่วมมือหลีกเลี่บงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ห้ามออกนอกเคหสถาน 23.00-03.00 น. ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ไม่มีการห้ามออกนอกเคหสถาน การ Work From Home (WFH) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ WFH อย่างน้อย 70% หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน ปรับเพิ่มได้ตามความเหมาะสม ส่วนพื้นที่ควบคุมสุงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว หน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน ดำเนินการได้ตามความเหมาะสม ยกเว้น กทม.และปริมณฑล อย่างน้อย 70%

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม กรณีเกินจำนวน ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. พิจารณา ส่วนในพื้นที่ควบคุมและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน พื้นที่ควบคุมสุงสุด ห้ามจจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 200 คน พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 1,000 คน พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มตามความเหมาสม สถานศึกษาทุกระดับ/สถาบันกวดวิชา พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ใช้อาคารสถานที่ เพื่อจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก โดยผ่านความเห็นชอบจากผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) แลละกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดโดยมีมาตรการกำกับอย่างเคร่งครัด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พื้นที่ควบคุม ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตราการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด พื้นที่เฝ้าระวังสูง ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตราการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานดูแลผู้สูงอายุ พื้นที่ควบคุมและเข้มงวด ให้ดำเนินการแบบรับไป-กลับได้ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เปิดดำเนินการตามปกติ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานที่เล่นกีฬา หรือแข่งขันกีฬา พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เปิดตามเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม จัดการแข่งขันได้ จำกัดผู้ชม กีฬาในร่ม ไม่มีผู้ชม ส่วนกีฬากลางแจ้ง ผู้ชมไม่เกิน 25% กรณีแข่งขันให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา พื้นที่ควบคุม เปิดเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 23.00 น. จัดการแข่งขันได้ จำกัดผู้ชม โดยกีฬาในร่ม ผู้ชมไม่เกิน 25% กีฬากลางแจ้ง ผู้ชมไม่เกิน 50% กรณีแข่งขันให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา พื้นที่ควบคุม เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ จัดการแข่งขันได้ โดยจำกัดผู้ชม กีฬาในร่ม ผู้ชมไม่เกิน 50% กีฬากลางแจ้ง ผู้ชมไม่เกิน 75% พื้นที่เฝ้าระวังสูง เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ จัดการแข่งขันได้ จำกัดผู้ชม โดยกีฬาในร่วม ผู้ชมไม่เกิน 75% กีฬากลางแจ้ง ผู้ชมตามความจุของสนามและมีมาตรการเว้นระยะห่าง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เปิดบริการและจัดการแข่งขันได้ตามปกติ ตามมาตรการที่กำหนด ส่วนโรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ การแสดงพื้นบ้าน หรือสถานที่ลักษณะเดียวกัน พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำกัดจำนวนผู้เข้าชม ห้ามบริโภค โดยพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ 50% และพื้นที่โล่ง 70% พื้นที่ควบคุมสูงสุด จำกัดจำนวนผู้ชม โดยพื้นที่เครื่องปรับอากาศ 75% พื้นที่โล่งตามขนาดพื้นที่ ส่วนพื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เปิดดำเนินการตามปกติ จำนวนผู้ชมตามมาตรการที่กำหนด

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานจัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกัน ในห้างสรรพสินค้า และโรงแรม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จัดประชุมไม่เกิน 500 คน และให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่เพื่อไม่ให้แออัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด จัดประชุม จัดมหกรรมด้านกีฬา จัดแสดงสินค้า (ไม่มีชิมอาหาร) ไม่เกิน 500 คน และให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่เพื่อไม่ให้แออัด พื้นที่ควบคุม จัดประชุม จัดมหกรรมด้านกีฬา จัดแสดงสินค้า (ชิมอาหารได้) จัดงานอื่นๆ ได้ไม่เกิน 1,000 คน และให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่เพื่อไม่ให้แออัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จัดงานได้ตามเหมาะสม

“ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ซิตี้มออล์ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เปิดตามเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ปิดบริการตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก และสวนน้ำ พื้นที่ควบคุมสูงสุด เปิดตามเวลาปกติ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ปิดบริการตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก และสวนน้ำ พื้นที่ควบคุม เปิดบริการได้ตามเวลาปกติ เปิดสวนสนุก และสวนน้ำเฉพาะพื้นที่โล่ง พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เปิดบริการได้ตามปกติ ร้านละดวกซื้อ ตลาด ตลาดนัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เปิดตามเวลาปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น. กรณีเปิดบริการเครื่องเล่น สวนสนุก ให้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เผ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เปิดบริการได้ตามปกติ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ร้านอาหาร ทั้งในและนอกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นที่มีร้านอาหาร พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด บริโภคในร้านได้ จำกัดลูกค้า ร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศ 50% ร้านไม่มีเครื่องปรับอากาศ 75% กำหนดเกณฑ์ผู้รับบริการ พื้นที่ควบคุมสูงสุด บริโภคในร้านได้ เปิดเวลาปกติ ไม่เกิน 23.00 น. พื้นที่ควบคุม บริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ งดดื่มสุราในร้าน พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว บริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. พิจารณากำหนดเวลาปิดตามสถานการณ์ ร้านเสริมสวย ร้านนวด สปา สถานเสริมความงาม ร้านสัก พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เปิดบริการได้ ยกเว้น การใช้ไอน้ำ พื้นที่ควบคุมสูงสุด เปิดบริการได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 23.00 น. พื้นที่ควบคุม เปิดบริการได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 00.00 น. พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวเปิดบริการได้ตามปกติ

“ส่วนการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้เดินทางทั้งต่างชาติและคนไทย Quarantine Facilities (AQ,QQ,AHQ,SQ) ทุกช่องทาง เดินทางมาจากประเทศใดก็ได้ การกักตัว กักตัวในสถานที่กักกันที่ราชการกำหนด หากได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ในทุกช่องทาง กักตัว 7 วัน ถ้าไม่ได้วัคซีน เดินทางมาทางอากาศ น้ำ กักตัว 10 วัน ทางบก 14 วัน หลักฐานการฉีดวัคซีน หลักฐานการจองที่พัก ต้องมีหลักฐานจ่ายค่าที่พัก สถานที่กักกันที่ราชการกำหนด จำนวน 7,10,14 วัน การประกันภัย ประกันภัยในวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ยกเว้นคนไทย) ผลลการตรวจเชื้อโควิด ใช้ผลตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ออกภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง ส่วนการตรวจหาเชื้อเมื่อเดินทางถึงไทย RT-PCR จำนวน 2 ครั้ง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้เดินทางทั้งต่างชาติและคนไทยที่มา Sandbox Programme ทางอากาศพื้นที่ท่องเที่ยว มีมาตรการสำคัญ ดังนี้ เดินทางมาจากประเทศใดก็ได้ การกักตัว ให้พักนำในพื้นที่ Sandbox เป็นเวลา 7 วัน การตรวจหาเชื้อโควิดเมื่อเดินทางถึงไทย 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 โดย RT-PCR ครั้งที่ 2 ตรวจด้วย ATK ส่วนผู้เดินทางทั้งต่างประเทศและคนไทยผ่าน Test and Go ทางอากาศ ไม่กักตัว มีมาตรการสำคัญ เช่น เดินทางได้ทุกที่ เดินทางมาจากประเทศที่กำหนด โดยพักในประเทศที่กำหนดไม่น้อยกว่า 21 วัน ก่อนเดินทางมาไทย การตรวจหาเชื้อโควิดเมื่อเดินทางถึงไทย 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 โดย RT-PCR ครั้งที่ 2 ตรวจด้วย ATKด้วยตนเองเมื่อมีอาการ หรือตรวจในวันที่ 6-7 เป็นต้น โดยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ช่วงที่เปิดประเทศมีการให้จองตั๋วเครื่องบินเข้าไทยถึง 15 ประเทศ มีคน 10,919 คน ที่ประสงค์เข้าประเทศ วันที่ 1-5 พฤศจิกายน

“ที่ประชุมรับฟังกระบวนการและขั้นตอนสำหรับการเดินทางเข้าราอาณาจักร โดย Sandbox, Test and Go มี 6 กระบวนการ คือ 1.สิ่งที่ต้องเตรียมก่อยเดินทางเข้าประเทศ 2.ผ่านขั้นตอนตามมาตรการเข้าประเทศ 3.เข้าสู่ที่พักทำการตรวจ RT-PCR บันทึกในหมอชนะ 4.เมื่อผลออกไม่ติดเชื้อสามารถเที่ยวได้ 5.ตรวจ ATK ด้วยตนเอง ในวันที่ 6-7 หากติดเชื้อเข้ระบบดูแลรักษา หากไม่ติดเชื้อสามารถไปเที่ยวหรือเดินทางกลับได้ และ 6.เดินทางกลับตามมาตรการประเทศต้นทาง

“เราคาดหวังว่าการเปิดประเทศจะทำให้เศรษฐกิจ สังคม ก้าวหน้า พร้อมกับการอยู่กับโควิดให้ได้ มีการพยากรณ์มากว่าเมื่อเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน ผ่านไปไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะมีทางแยกอยู่ 3 ทาง คือ ทุกคนการ์ดไม่ตก ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เราจะพัฒนาเศรษฐกิจได้ หากเราการ์ดตกมากโดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นๆ การระบาดจะกลับไปเท่ากับก่อนล็อกดาวน์ ดังนั้น แค่เปิดประเทศ 1 สัปดาห์ เราจะสามารถรู้อนาคตของเราได้ ถ้าเราผ่านไปได้ เราจะกลับมาสู่ชีวิตวิถีใหม่ตามที่เราต้องการ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว