เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 28 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1บก.ป. และ พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป.แถลงจับกุม นายที มาง อายุ 23 ปี และนางญวน เทน อายุ 23 ปี สองสามีภรรยา สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือรับของโจร พร้อมพลอยขนาดต่างๆ กว่า 30 รายการ รวม 158เม็ด มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ห้องพักในบ้านเลขที่ 400/4 ซอยเจริญกรุง 57 แขวงยานนาวา เขตสาทร

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวว่า เมื่อวันที่8กันยายนที่ผ่านมา นายวิบูล วงศ์สืบชาติ อายุ62 ปี กรรมการบริษัท ปิยะมิตร จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจค้าอัญมณี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ยานนาวา ว่าพลอยกว่า 160 เม็ด รวม440กะรัต มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จะนำไปแสดงในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรีแฟร์ ครั้งที่ 58 ที่ อิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายน สูญหายไปจากที่ทำการ ภายในอาคารจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรักระหว่างว่าจ้างบริษัท มัลคา-อามิท ซีเคียวด์ ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ขนส่งและดูแลพัสดุภัณฑ์เพื่อไปจัดแสดงในงานดังกล่าว

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวต่อว่า หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน โดยชุดสืบสวน กก.1บก.ป.ร่วมกับตำรวจ สน.ยานนาวา เร่งสืบสวนติดตามตัวกระทั่งพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานทำความสะอาดของอาคารที่เกิดเหตุ จึงเร่งสืบสวนติดตาม พบตัวทั้งสองที่ห้องพักดังกล่าว จากการสืบสวนพบว่าช่วงเวลา 08.00 น.วันที่ 7กันยายน ก่อนถึงเวลาขนส่งสินค้าออกไป ทั้งสองได้ร่วมกันแกะซีลและรื้อค้นภาชนะหีบห่อ 4 กล่อง ของบริษัท มัลคา-อามิทฯ ก่อนจะนำพลอยทั้งหมดออกมา แล้วนำบางส่วนไปให้กับนายจันทร สุขดี ลูกจ้างชาวกัมพูชา ที่รู้จักกัน เพื่อนำไปขาย ขณะนี้นายจันทร หลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชาแล้ว
พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวด้วยว่า ต่อมาตำรวจตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหา พบพลอยบางส่วน รวมทั้งค้นบ้านพักเลขที่ 109 ซอยสาทร 11 แยก 5 แขวงยานนาวา เขตสาทร ของนายจันทร และออกติดตามแหล่งค้าอัญมณี ที่นายจันทร นำพลอยไปขาย จนสามารถติดตามคืนมาได้กว่า 30 รายการ รวม 158 เม็ด หรือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังเหลืออีก 13 เม็ด ในจำนวนนี้มีพลอยขนาดใหญ่มูลค่าสูง ยังสูญหายไป คาดว่าน่าจะหลุดรอดไปในตลาดค้าอัญมณี อย่างไรก็ตามตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามคืนกลับมา
ผกก.1 บก.ป. กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุเพราะเห็นของมีค่าจึงอยากได้ เห็นว่าพลอยน่าจะมีมูลค่าและเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภาชนะสินค้าที่ทางบริษัททิ้งแล้ว ทั้งนี้อยากฝากไปยังร้านรับซื้อพลอยดังกล่าวไป หากมีเจตนาบริสุทธิ์เนื่องจากไม่ทราบที่มาที่ไป ขอให้รีบนำมาส่งมอบกับตำรวจ เพราะหากไม่นำมาส่งคืน จะมีความผิดและถูกพิจารณาดำเนินคดีไปด้วย
ด้าน นายวิบูล กรรมการบริษัท ปิยะมิตร จำกัด เจ้าของพลอยดังกล่าว เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ว่าจ้างบริษัท มัลคา-อามิทฯ เพื่อเตรียมนำพลอยไปใช้จัดแสดงในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ ตนไม่ได้นำพลอยเป็นเข้าร่วมงานกว่า 10 ปีแล้ว หลังเกิดเหตุได้แจ้งความไว้ และได้ติดตามความคืบหน้ากับตำรวจมาตลอด ส่วนบริษัท มัลคา-อามิทฯ ตนไม่ได้สอบถามรายละเอียดใดๆ แต่หลังจากนี้คงจะพิจารณาเกี่ยวกับการว่าจ้างบริษัทขนส่งลักษณะนี้อย่างรอบคอบ สำหรับพลอยทั้งหมดนั้นทำประกันไว้ในวงเงิน10ล้านบาท รู้สึกดีใจที่ได้รับคืนมาเป็นส่วนใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าว ผู้แทนบริษัท ปิยะมิตร จำกัด ได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต พ.ต.อ.จิรภพ และชุดสืบสวน กก.1บก.ป.เพื่อขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับการทำงาน

