ออกหมายเรียก ‘บิ๊ก รพ.’ ลับลอบขายยาฟาวิพิราเวียร์ออนไลน์ รับทราบข้อหา 4 พ.ย.นี้

1.11.21 | 13:45 น.

ปคบ.แถลงความคืบหน้า รพ.เอกชน ลักลอบนำยา ”ฟาเวียร์” ไปขายออนไลน์ เรียกผู้บริหาร รพ.รับทราบข้อหา 4 พ.ย.นี้


เมื่อวันที่ 1 พศจิกายน ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภก.กิตติ ระหงษ์ ผอ.กองการขายภาคเอกชน ฝ่ายการตลาดและการขาย องค์การเภสัชกรรม และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. แถลงการขยายผลกรณีจับกุมลักลอบนำยาฟาวิพิราเวียร์ จาก รพ.ออกมาขายทางออนไลน์

พล.ต.ต.อนันต์กล่าวว่า จากกรณีที่ บก.ปคบ., ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และองค์การเภสัชกรรม ร่วมกันแถลงผลการขยายผลการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ที่พบว่ามีการลักลอบนำยาฟายาฟาวิพิราเวียร์ ออกมาจำหน่ายนอกโรงพยาบาลโดยไม่รับอนุญาต โดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นระดับผู้จัดการของโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ให้การซัดทอดว่า ได้ติดต่อซื้อยาฟาวิพิราเวียร์จากผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล จากนั้นจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจสอบที่โรงพยาบาลดังกล่าว ในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา พบหลักฐานเป็นเอกสารในการสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม แต่ไม่พบประวัติการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แต่อย่างใด และจากการสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่พบว่าโรงพยาบาลดังกล่าวมีผู้ป่วยโควิด-19 มารับการรักษาแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้ออกหมายเรียกให้ผู้บริหารโรงพยาบาลคนดังกล่าว ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ โดยเบื้องต้นจะดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541, พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และ พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537

ทั้งนี้ ฝากเตือนให้ประชาชนควรมีความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด -19 เนื่องจากพบว่ามีผู้ฉวยโอกาสผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่ได้รับอนุญาต มาหลอกขายตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ควรเลือกซื้อจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตจะดีที่สุด โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค เพื่อตำรวจจะได้เข้าดำเนินการตรวจสอบจับกุมต่อไป ผบก.ปคบ.

Advertisement

นายแพทย์ธเรศกล่าวว่า ฝากเตือนให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งดำเนินกิจการอย่างมีจริยธรรม ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการส่งหนังสือเพื่อแจ้งไปยังสถานพยาบาลทุกแห่งให้ตรวจสอบการจัดหาและการจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริต ส่วนการดำเนินคดีดังกล่าว กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะดำเนินการตามชั้นตอนของกฎหมายและมาตรการทางปกครองต่อไป

ด้าน ภญ.สุภัทรากล่าวว่า จะตรวจสอบรายงานการซื้อขายยาฟาวิพิราเวียขององค์การเภสัชกรรมพี่ขายกับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อดูความผิดปกติของการขายว่ามีการรั่วไหลออกนอกระบบหรือไม่ หากพบจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ในส่วนของประชาชนยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ปัจจุบันมีจำนวนเพียงพอ จึงเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขอย้ำว่า อย่าซื้อยาทางสื่อออนไลน์มารับประทานเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ส่งผลให้ใช้ยาไม่ได้ผลเมื่อเกิดการติดเชื้อ

สำหรับการขยายผลครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปคบ. และ อย. ได้ทลายเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทางสื่อออนไลน์โดยผิดกฎหมาย โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมยึดของกลาง ยาฟาเวียร์ จำนวน 390 กล่อง

โดยยาของกลางดังกล่าว เล็ดลอดออกมาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมานคร โดยมีคนในซึ่งเป็นระดับผู้จัดการซื้อออกมาจำหน่ายเอง เอากำไรต่อเป็นทอดๆ โดยใช้ช่องทางออนไลน์ ราคาต้นทุนที่โรงพยาบาลเอกชนรับซื้อจากองค์การเภสัชกรรม อยู่ที่ราคากล่องละ 1,600 บาท จากนั้นผู้จัดการของโรงพยาบาลดังกล่าวได้ซื้อต่อมาราคากล่องละ 2,000 บาท เพื่อขายต่อปลายทางมีราคาพุ่งสูงขึ้น 5,000 ถึง 8,000 บาท