ไทยพบโควิดคลัสเตอร์งานแต่ง-บั้งไฟพญานาค ตั้งเป้าปักเข็มครอบคลุมประชากร ร้อยละ 70 เดือนนี้

1.11.21 | 14:14 น.

ยอดติดเชื้อโควิด 8 พันราย พบคลัสเตอร์งานแต่ง-บั้งไฟอีสาน เป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม ร้อยละ 70 ของประชากร พ.ย.นี้

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,165 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 7,631 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,241 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 390 ราย มาจากเรือนจำ 525 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,920,189 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 9,574 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,801,702 ราย อยู่ระหว่างรักษา 99,227 ราย อาการหนัก 2,221 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 494 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 55 ราย เป็นชาย 26 ราย หญิง 29 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 40 ราย มีโรคเรื้อรัง 12 ราย พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม. 10 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 19,260 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 247,461,079 ราย เสียชีวิตสะสม 5,014,947 ราย


พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน ได้แก่ กทม. 625 ราย นครศรีธรรมราช 539 ราย สงขลา 476 ราย ปัตตานี 448 ราย เชียงใหม่ 378 ราย นราธิวาส 351 ราย ตรัง 295 ราย ยะลา 290 ราย ชลบุรี 259 ราย สมุทรปราการ 249 ราย ขณะที่ จ.อำนาจเจริญ และนครพนม เป็น 2 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายน

ภาพรวมของทั้งประเทศทุกพื้นที่ถือว่าตัวเลขการติดเชื้อลดลง รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กระทรวงสาธารณสุขยังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา เชียงใหม่ ตาก ระยอง จันทบุรี ขอนแก่น เนื่องจากยังพบการติดเชื้อสูงอยู่ ขณะเดียวกันพบคลัสเตอร์ใหม่หลายแห่ง อาทิ พบผู้ติดเชื้อจากบุญบั้งไฟที่ จ.หนองคาย และเดินทางข้ามไปยัง จ.อุดรธานี คลัสเตอร์งานแต่งที่ จ.เชียงใหม่ คลัสเตอร์แคมป์คนงานที่ จ.ชลบุรี นครนายก เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ คลัสเตอร์โรงเรียนและวิทยาลัยที่ จ.เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน คลัสเตอร์แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองที่ จ.กำแพงเพชร และพิจิตร จึงฝากผู้ที่จัดงานต่างๆ ให้เข้มข้นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งการคัดกรองผู้ร่วมงานและจัดสถานที่ให้มีระยะห่าง” พญ.อภิสมัยกล่าว

Advertisement

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 320,719 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทั้งสิ้น 75,710,277 โดส โดยเป็นการฉีดเข็มที่หนึ่งไปแล้วร้อยละ 58.8 ขณะที่พื้นที่ 17 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยวเหลือเพียงไม่กี่จังหวัดที่ฉีดวัคซีนยังไม่ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร จึงจะเร่งรัดฉีดให้ครอบคลุม พร้อมกันนี้จะระดมการกระจายวัคซีนไปยังภาคเหนือและอีสานที่ยังถือว่าได้รับวัคซีนน้อยกว่าภาคอื่นๆ รวมถึงพื้นที่ชายขอบ โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนประชาชนให้ได้ร้อยละ 70 ซึ่งปัจจุบันจำนวนวัคซีนถือว่ามีเพียงพอสำหรับการฉีดให้คนไทย เนื่องจากในเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามแผนการจัดหาจะมีวัคซีนเข้ามาถึง 24 ล้านโดส และหลังจากนี้จะจัดสรรวัคซีนให้กับแรงงานที่อยู่ในประเทศในภาคอุตสาหกรรมด้วย