จากกรณีผู้ประกอบการรถแบ๊กโฮ ได้ยื่นหนังสือร้องสื่อ ถูกแก๊งอ้างว่าเป็นตำรวจ ศปทส.ตร. หรือมาจากศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระเวนข่มขู่รีดทรัพย์ รายบุคคลรายละ 20,000-100,000 บาท แถมให้จ่ายแล้วยังขอเก็บเป็นรายเดือน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ หลายจังหวัดในแถบอีสาน อุดรธานี ขอนแก่น หนองบัวลำภู เลย ต่างถูกแก๊งตำรวจที่มีอยู่ 3 นาย ตระเวนรีดไถ่ ข่มขู่ อ้างเป็นคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส. ในฐานะเลขานุการศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปทส.ตร. เปิดเผยถึงชายที่ปรากฏในภาพอ้างเป็นตำรวจจาก ศปทส.ตร. ไปข่มขู่รีดเงินจากผู้ประกอบการรถแบ๊กโฮในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายแสนบาทว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยอมรับว่า 1 ใน 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นตำรวจสังกัด ปทส.หรือตำรวจภูธรภาค 4 เบื้องต้นคาดว่าเป็นตำรวจจาก ศปทส.ตร. ชุดเก่า ซึ่งอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล จึงได้มีการนำคำสั่งเก่าของปีที่แล้วไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ ศปทส.ตร.ได้รับความเสียหาย โดยเรื่องดังกล่าวตนเองเตรียมทำเรื่องรายงานไปยัง พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ฯ ที่กำกับดูแล ยืนยันว่าหากเป็นตำรวจจริงก็จะดำเนินการทั้งกฏหมายและอาญาอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ เชื่อว่าสาเหตุที่ตำรวจเข้าไปเรียกเงินจากผู้ประกอบการโดยอ้างคำสั่งนั้น เนื่องจากการเป็นผู้ครอบครองรถแบ๊กโฮและไปรับจ้างขุดเจาะที่ไหนจะต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีนี้ตำรวจอาจจะรู้และเห็นข้อกฏหมายที่ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนจึงได้เข้าไปเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ประกอบการจากภาคอีสานนำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนวันนี้ ( 1พ.ย.)
ด้าน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นตำรวจมีรายชื่ออยู่ในศูนย์จริง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดเก่าก่อนที่ตนเองจะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นหัวหน้าศูนย์ เมื่อ 1 ตุลาคม 64 ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดใหม่ยังอยู่ระหว่างจัดสรรตัวบุคคล อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงก็ให้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายและรายงานให้ทราบโดยเร็ว

