สธ.แจงเหตุรับวัคซีนโควิดแล้ว ข้อมูลไม่ขึ้น ‘หมอพร้อม’ เร่งศูนย์ฉีดคีย์เข้าระบบ
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยว่า ขณะนี้ระบบ “หมอพร้อม” เข้าสู่การเป็น ดิจิทัล เฮลท์ พาส (Digital Health Pass) อย่างสมบูรณ์แล้ว สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งแบบอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) และแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ซึ่งหน่วยบริการต่างๆ จะเป็นผู้ลงข้อมูลผลการตรวจ โดยในส่วนของสถานพยาบาลภาครัฐ จะดำเนินการในระบบเดิมที่มีอยู่แล้ว ส่วนภาคเอกชนจะมีระบบ “หมอพร้อม สเตชั่น” สำหรับลงข้อมูล ดังนั้น ขอเชิญชวนให้ร้านขายยา คลินิกเอกชน และห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เอกชนต่างๆ ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นหมอพร้อม สเตชั่น โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่กลุ่มงานดิจิทัล กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัด สธ. ต่างจังหวัดติดต่อได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่ง
“ข้อมูลที่จะปรากฏในดิจิทัล เฮลท์ พาส จะต้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเป็นผู้ลงข้อมูล ดังนั้น ประชาชนที่ตรวจ ATK ด้วยตนเอง และต้องการให้ผลการตรวจแสดงในหมอพร้อม แนะนำประสานกับร้านขายยา ที่ซื้อชุดตรวจ ATK ให้ช่วยบันทึกผลการตรวจผ่านหมอพร้อม สเตชั่น เพื่อให้มีข้อมูลในระบบเป็นหลักฐานแสดงเมื่อเข้าใช้บริการต่างๆ ตามมาตรการโควิด ฟรี เซตติ้ง (COVID Free Setting) ได้” นพ.โสภณกล่าว
ผู้ช่วยรัฐมนตรี สธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ระบบหมอพร้อมอยู่ระหว่างการพัฒนาให้สามารถยื่นข้อมูลเพื่อขอหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อการเดินทางระหว่างประเทศ (International Vaccination Certificate) โดยสามารถเลือกรูปแบบการขอหนังสือรับรองได้ ทั้งไปรับด้วยตนเอง จัดส่งตามที่อยู่ หรือทางอีเมล กรณีเป็นหนังสือรับรองแบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถเลือกชำระเงินวันที่รับหนังสือ หรือชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น
“ส่วนกรณีผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ไม่มีข้อมูลปรากฏในระบบหมอพร้อม ทำให้ไม่มีข้อมูลในการนัดฉีดเข็มต่อไป หรือไม่มีข้อมูลในดิจิทัล เฮลท์ พาส และไม่สามารถออกใบรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อการเดินทางได้นั้น ปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวระบบหมอพร้อม แต่เกิดจากหน่วยบริการฉีดวัคซีนยังไม่ได้ลงบันทึกข้อมูล เนื่องจากเป็นการฉีดนอกสถานที่ หรือการฉีดวัคซีนตามโครงการต่างๆ เช่น ไทยร่วมใจ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกันสังคม เป็นต้น
ซึ่งหน่วยบริการต้องส่งข้อมูลให้เจ้าของโครงการตรวจสอบก่อน แล้วค่อยบันทึกลงระบบของ สธ. จึงทำให้มีการแสดงผลล่าช้า ขณะนี้ได้ประสานหน่วยบริการฉีดวัคซีนและโครงการต่างๆ เร่งบันทึกผลการฉีดวัคซีน และขอให้ประชาชนที่รับวัคซีนแล้วตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ถูกต้อง ทั้งชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังไม่มีข้อมูลในระบบหมอพร้อม ขอให้ติดต่อหน่วยบริการฉีดวัคซีน หรือเจ้าของโครงการเพื่อติดตามความคืบหน้า ทั้งนี้ หากมีการลงข้อมูลเรียบร้อย ระบบหมอพร้อมจะแสดงผลได้ทันที” นพ.โสภณกล่าว


