เชียงใหม่เร่งตรวจ ATK ฉีดวัคซีนเชิงรุกในชุมชน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทรงตัว
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ประจำวันว่า วันนี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 82 ปี มีประวัติโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตวาย หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง มีประวัติติดเชื้อจากคนในครอบครัวและไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน โดยวันที่ 14 ตุลาคม เริ่มมีอาการไข้ มีน้ำมูก วันที่ 16 ตุลาคม ตรวจ RT-PCR พบติดเชื้อโควิด เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนาม ต่อมามีอาการเหนื่อยมากขึ้น ออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ วันที่ 24 ตุลาคม อาการไม่ดีขึ้น หอบเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ จนวันที่ 30 ตุลาคม ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตลง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 61 ราย
ด้านสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 322 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 6 ราย ประกอบด้วย ลำพูน 3 ราย เชียงราย แม่ฮ่องสอน และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย ส่วนที่เหลือ 316 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด แบ่งเป็นการติดเชื้อในครอบครัวและสัมผัสผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า 116 ราย ยังคงพบการระบาดในหลายครอบครัว กระจายหลายอำเภอ อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอีก 74 ราย จากคลัสเตอร์เดิมที่อยู่ระหว่างการควบคุมโรค 103 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อที่พบระหว่างการกักตัว นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้ออีก 23 ราย จากคลัสเตอร์ใหม่และคลัสเตอร์ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ได้แก่ คลัสเตอร์แคมป์แรงงาน หมู่ 11 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี 19 ราย ,ร้านอาหารลีลาสุขโขไทย&สุขโขคาเฟ่ บริเวณข้างอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 2 ราย ,ร้านบาร์ 77 ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง 1 ราย และพนักงานล้างจานภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง 1 ราย

ทั้งนี้ สำหรับข่าวที่นำเสนอไปวานนี้ (1 พฤศจิกายน ) พบว่ามีความคลาดเคลื่อนจากการที่ผู้ติดเชื้อให้ข้อมูลเท็จว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ริมปิง จากการสอบสวนแล้วพบว่าเป็นการติดเชื้อในครอบครัวที่ ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี ไม่ได้มีประวัติสัมผัสกับพนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวแต่อย่างใด
สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อในครอบครัวและการติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างด้าวพบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้ติดเชื้อรายแรกไม่คิดว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงไม่ระมัดระวังและไม่แยกตัวจากคนในครอบครัว จนกระทั่งมีอาการจึงเข้ารับการตรวจ ทางจังหวัดเชียงใหม่จึงตั้งจุดตรวจจากรถตรวจชีวินิรภัยพระราชทาน เพิ่ม ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (3 พ.ย. 64) เป็นต้นไป โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในแขวงศรีวิชัย สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่สำนักงานเทศบาลแขวงศรีวิชัย ผู้ที่อาศัยอยู่ในแขวงเม็งรายและแจ่งหัวลิน สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ ศูนย์วัณโรคเชียงใหม่ ตรงข้ามร้านสุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์ ผู้ที่อาศัยอยู่ในแขวงนครพิงค์ ตรวจได้ที่จุดตรวจเฉพาะกิจที่โรงเรียนวัดป่าแพ่ง และผู้ที่อาศัยอยู่ในแขวงกาวิละ ตรวจได้ที่จุดตรวจเฉพาะกิจ หอประชุมสวนสุขภาพบ้านเด่น
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จังหวัดเชียงใหม่จัดแคมเปญพิเศษเพิ่มทีมเจ้าหน้าที่ลงตรวจ ATK และฉีดวัคซีนเชิงรุกในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนทั้งไทยและพี่น้องต่างด้าว ในชุมชนต่างๆ เข้ารับการตรวจ ATK หากมีผลลบ จะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ต่อไป
และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ออกคำสั่ง กำหนดให้หมู่ที่ 1 บ้านสบแม่รวม (หย่อมบ้านโป่งสะแยน) อำเภอแม่แจ่ม เป็นพื้นที่ควบคุมการเข้า-ออก เป็นเวลา 14 วัน จนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ หลังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2564 และขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอยู่แต่ในเคหสถาน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดการเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค


