เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.1 แถลง พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี ผกก.สส.บก.น.1 จับกุมนายยงยุทธ หรือโฟล์ค ทองเชียง อายุ 23 ปี ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 69/171 ซอยอุดมสิน ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางยาไอซ์ ประมาณ 30 กิโลกรัม เคตามีน ประมาณ 10 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเพื่อขาย”
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจ กก.สส.บก.น.1 รับแจ้งว่ามีชายไทยทราบเพียงชื่อเล่นว่า “โฟล์ค” มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และใช้รถยนต์มาสด้าขนย้ายยาเสพติด และนำไปเก็บไว้เพื่อรอส่งมอบให้กับลูกค้าที่บ้านเลขที่ 69/171 ซอยอุดมสิน ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นิวัตน์สืบทราบว่านายยงยุทธจะนำยาเสพติดของกลางนำมาเก็บไว้ที่บ้านพักหลังดังกล่าวและนำออกมาจำหน่ายให้ลูกค้า จึงซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้เคียง ก่อนพบนายยงยุทธ ออกมาบริเวณหน้าบ้านเลขที่ดังกล่าวจึงขอตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นจึงขอตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถือพบการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เกี่ยวกับยาเสพติด (ไอซ์) และ (ยาเค) เป็นจำนวนมาก
ผบช.น.กล่าวอีกว่าต่อมา พ.ต.อ.นิวัฒน์ได้สอบสวนนายยงยุทธจนรับสารภาพว่ายังมียาเสพติด (ไอซ์) และ (ยาเค) อีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นพบของกลางจึงตรวจยึดไว้ จากนั้นตรวจสอบโทรศัพท์มือถืออย่างละเอียดอีกครั้งพบการสนทนากับบุคคลที่ใช้ไลน์ชื่อว่า “สจ.ดอนเมือง” (ทราบเพียงชื่อเล่นว่าอาร์ต) เป็นผู้สั่งการให้นำยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดไปเก็บรักษาที่บ้านพักหลังดังกล่าวและรอส่งมอบให้กับลูกค้าตามคำสั่งการ เบื้องต้นสารภาพว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค.64 โดยผู้ที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “สจ.ดอนเมือง” ตกลงที่จะให้ค่าจ้างเป็นเงินครั้งละประมาณ 60,000 บาท ต่อครั้งแต่ยังไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่เพียงครั้งเดียว จึงควบคุมนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

