เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.ฉลองกรุง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน-ไทย ทั้งชายและหญิง ตามหมายจับศาลมีนบุรี 32 คน พร้อมของกลางโน๊ตบุ๊ค 42 เครื่อง โทรศัพท์ 64 เครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆหลายรายการ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า” ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือน ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ให้การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
พ.ต.อ.ถนัด กล่าวว่าก่อนจับกุมผู้เสียหายกู้เงินจากแอพพลิเคชั่น “เงินกู้เซลฟ์เซอร์วิส” ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย.64 จำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงิน ประมาณ 200,000 บาท โดยชำระหนี้คืนเป็นจำนวนเงินประมาณเ 450,000 บาท ซึ่งเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามคดีอาญาที่ 115/64 ต่อมาทาง กก.สส.บก.น.3 ตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาพบว่ามีการดึงข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายและมีการทวงถามหนี้ลักษณะข่มขู่ด้วยการโทรและแชททางไลน์กับตัวผู้เสียหายและเครือญาติ ทำให้เกิดความเดือดร้อนและหวาดกลัว จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินมีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้กว่า 100 บัญชี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมมากกว่า 100 ล้านบาท พนักงานสอบสวนขออายัดบัญชีเบื้องต้น จำนวน 39 บัญชี
พ.ต.อ.ถนัด กล่าวอีกว่าต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมานำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายแอพเงินกู้ออนไลน์ดังกล่าว บริเวณหมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด จับกุมผู้ต้องหา 28 คน ของกลางโน๊ตบุ๊ค 31 เครื่อง โทรศัพท์ จำนวน 45 เครื่อง และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์อื่นๆ และอีกจุดคอนโดเดอะปาล์ม วงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.ศรีรารชา จ.ชลบรี จำนวน 2 จุด พบผู้ต้องหาชาว จีน 2 คน พร้อมของกลาง โน๊ตบุ๊ค 11 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อื่นๆ จึงนำผู้ต้องหา พร้อมของกลาง มาสืบสวนขยายผลเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

