ไทยฉีดโควิดกว่า 77 ล้านโดส ผลชัดตายจากวัคซีน 3 ใน 1,296 ราย อาการข้างเคียง 955 ราย

4.11.21 | 16:16 น.

ไทยฉีดโควิดกว่า 77 ล้านโดส ผลชัดตายจากวัคซีน 3 ใน 1,296 ราย อาการข้างเคียง 955 ราย

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนสะสม 77,831,474 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 43,112,788 ราย คิดเป็น ร้อยละ 59.8 เข็มที่ 2 จำนวน 32,223,467 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.7 และเข็มที่ 3 จำนวน 2,495,219 ราย คิดเป็น ร้อยละ 3.5 ทั้งนี้ 10 จังหวัด ที่ยังมีการฉีดวัคซีนสะสมน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพิจารณาจากอัตราการรับวัคซีนเข็มที่ 1 ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ สกลนคร แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด อ่างทอง สุรินทร์ และชัยภูมิ


นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า อาการที่พบหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 แบบสลับชนิดและกระตุ้นเข็มที่ 3 ข้อมูล ณ วันที่ 24 ต.ค.64 จากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โดยการฉีดสลับเข็มซิโนแวคเข็ม 1 และแอสตร้าเซนเนกาเข็มที่ 2 ฉีดไปหลายล้านโดส แต่มีอาการที่ต้องรับเป็นผู้ป่วยใน 955 ราย แยกเป็นไข้ ร้อยละ 31.62 ปวดศีรษะ ร้อยละ 23.04 คลื่นไส้ ร้อยละ 19.90 อาเจียน ร้อยละ 19.48 และเวียนศรีษะ ร้อยละ 17.80 มีรายงานผู้เสียชีวิต 205 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้ว ดังนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 30 ราย, เหตุการณ์ที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 14 ราย, ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 7 ราย และอยู่ระกวางการรวบรวมข้อมูล 154 ราย

นพ.เฉวตสรรกล่าวต่อว่า สำหรับการกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้า หลังฉีดซิโนแวค 2 เข็ม รักษาเป็นผู้ป่วยใน 163 ราย เป็นไข้ ร้อยละ 35.58 ปวดศีรษะ ร้อยละ 31.29 คลื่นไส้ ร้อยละ 23.31 ปวดกล้ามเนื้อ ร้อยละ 22.09 อาเจียน ร้อยละ 22.09 มีรายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 2 ราย อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล 8 ราย ขณะที่กระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ หลังฉีดซิโนแวค 2 เข็ม รักษาเป็นผู้ป่วยใน 48 ราย โดยเวียนศีรษะ ร้อยละ 27.08 ไข้ ร้อยละ 22.92 ปวดศีรษะ ร้อยละ 20.83 คลื่นไส้ ร้อยละ 20.83 เจ็บแน่นหน้าอก ร้อยล 18.75 มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้ว ดังนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 1 ราย, ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 1 ราย, ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 1 ราย และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล 3 ราย

นพ.เฉวตสรรกล่าว่า ภาพรวมผู้เสียชีวิตภายหลังการได้รับวัคซีนที่รับรายงาน 1,296 ราย คณะผู้เชี่ยวชาญได้รับพิจารณาแล้ว 842 ราย ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น 541 ราย เช่น เลือดออกในสมอง 37 ราย ติดเชื้อของระบบประสาทและสมอง 2 ราย ปอดอักเสบรุนแรง 257 ราย ในจำนวนนี้เป็นโควิด 243 ราย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด 4 ราย โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ 109 ราย มะเร็งปอด 6 ราย มะเร็งเต้านม 2 ราย มะเร็งท่อน้ำดี 1 ราย มะเร็งบริเวณคอหอยหลังช่องปาก 1 ราย ภาวะอื่นๆ เช่น เลือดออกในช่องท้อง 8 ราย รับประทานเห็ดพิษและตับวาย 2 ราย โรคอื่นๆ 55 ราย ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 29 ราย คาดว่าน่าจะไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนให้รอผลชันสูตร และข้อมูลเพิ่มเติม 28 ราย

Advertisement

“เหตุการณ์ที่สรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน 3 ราย มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ 2 รายและอาการแพ้รุนแรงร่วมกับภาวะช็อก 1 ราย” นพ.เฉวตสรรกล่าว และว่า เหตุการณ์ที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 66 ราย เช่น โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ 47 ราย เลือดออกในสมอง 5 ราย ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกัลเกล็ดเลือดต่ำ 2 ราย ระบบหายใจล้มเหลว 1 ราย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 1 ราย ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิต 1 ราย รอสรุปสาเหตุการเสียชีวิตจากผลชันสูตรศพ 9 ราย ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 41 ราย และรอสรุปสาเหตุการเสียชีวิตจากผลชันสูตร และข้อมูลเพิ่มเติม 191 ราย

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยสะสม ณ วันที่ 3 พ.ย.2564 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 7,124 คน จำแนกตามประเภทเดินทาง Test & Go 6,305 คน แซนด์ บ็อกซ์ (Sandbox) 270 คน การกักตัว 549 คนแยกเป็น กักตัว 7 วัน 160 คน และกักตัว 10 วัน 389 คน โดยมีผู้ติดเชื้อ 4 ราย อัตราการติดเชื้อ ร้อยละ 0.06