เปิด 3 ฉากทัศน์โควิดไทย เตือนหลังเปิด ปท. หย่อนมาตรการ ติดเชื้อพุ่ง 4 หมื่นรายแน่
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด-19 ผลจากมาตรการล็อกดาวน์และมาตรการต่อเนื่องว่า รูปแบบที่ 1 หากมาตรการต่างๆ ทำได้ไม่ดีพอ รูปแบบที่ 2 มาตรการต่างๆ ทำได้เต็มที่ ลดการติดเชื้อได้ร้อยละ 25 ฉีดวัคซีนและมีมาตรการป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) มาตรการคัดกรอง ATK และโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง (Covid-19 Free Setting) ซึ่งขณะนี้ทุกคนให้ความร่วมมือดี ทำให้ประเทศไทยสามารถคงอยู่ในรูปแบบที่ 2 ได้ สถานการณ์จริงเป็นไปตามที่ สธ.คาดการณ์ไว้ว่า แนวโน้มจะค่อยๆ ลดลง
นพ.โอภาส กล่าวว่า แต่หลังเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จึงมีการคาดการณ์ใหม่ โดย รูปแบบที่ 1 หากมาตรการผ่อนคลาย ทำกิจกรรมโดยไม่เฝ้าระวัง หรือควบคุมกำกับใกล้ชิด ความร่วมมือลดลง ก็อาจเกิดระบาดเพิ่มขึ้น ซึ่งบางวันอาจพบผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 3–4 หมื่นราย ซึ่งมีตัวอย่างหลายประเทศ
“เช่น อังกฤษ ที่มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทย เราจึงดูเป็นต้นแบบ พบว่า เปิดกิจกรรมค่อนข้างเยอะ บางวันติดเชื้อถึง 3 หมื่นคน ฉะนั้น มาตรการต่างๆ ไม่เข้มข้น ความร่วมือจากทุกภาคส่วนลดลงจนเป็นที่น่าตกใจจะทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ แต่หากเราให้ความร่วมมือดี มาตรการต่างๆ ประสบความสำเร็จ ก็จะเกิดเป็นรูปแบบที่ 2 จำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลง เฉลี่ยวันละ 5-6 พันราย โดยขณะนี้เรายังอยู่ในรูปแบบนี้อยู่ ส่วนรูปแบบที่ 3 หากมาตรการดำเนินได้ปานกลาง ก็จะพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 1.2-1.3 หมื่นราย ทั้งนี้ การคาดการณ์ผู้เสียชีวิตก็จะคล้ายคลึงกัน ซึ่งการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงจึงมีความสำคัญ เราหวังว่ามาตรการจะคงอยู่ในเส้นสีเขียว แต่ต้องคำนึงถึงการเปิดเศรษฐกิจ ให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งเราต้องรักษาสมดุลนี้ และติตดามสถานการณ์ใกล้ชิด” นพ.โอภาส กล่าว


