“ป.ป.ส.” จับมือ “กรมที่ดิน”เช็กข้อมูลนักค้าครอบครอง บ้าน ที่ดิน เพื่อความสะดวก ยึด อายัดทรัพย์ เผย ตั้งแต่ “1 ต.ค. 58-27 ก.ย.59” ยึดทรัพย์รวมกว่า 1,000 ล้านบาท
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่สำนักงานป้องกันปละปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายพิภพ ชำนิวิกัยพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายสุจิต จงประเสริฐ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมที่ดิน นางอุไรวรรณ สถานานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงาน ป.ป.ส. และนายชาลี ชื่นอุไทย ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศกรมที่ดิน ร่วมเป็นพยาน และนายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจ กรมที่ดินร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เพื่อให้การดำเนินการด้านการตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์สิน เกิดความคล่องตัว และป้องกันการยักย้ายทรัพย์สิน รวมถึงการถ่ายโอนทรัพย์สินโดยไม่สุจริตของนักค้ายาเสพติด ตลอดจนการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อสืบสวนขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด
นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า การลงนามในครั้ง เพื่อให้ ป.ป.ส. ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมที่ดิน ที่ได้รวบรวมจัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปใช้ในภารกิจการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ส.ในการติดตาม ยึด อายัดทรัพย์สินนักค้ายาเสพติด ตลอดจนการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อสืบสวนขยายผลการจับกุม โดยทุกครั้งที่มีการจับกุมนักค้ายาเสพติดหรือผู้ร่วมขบวนการ ป.ป.ส. จะอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมด ที่นักค้ายาเสพติดนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปซื้อสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือนำไปเปลี่ยนในรูปแบบต่างๆ เข้าสู่กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อใช้ประโยชน์และสนับสนุนภารกิจในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมที่ดิน ทั้งในเรื่องของการให้ข้อมูลและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินประเภทที่ดินของผู้ต้องหาคดียาเสพติด ตลอดจนการทำนิติกรรมต่างๆทั้งการอายัดที่ดิน การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในกรณีที่ศาลสั่งริบทรัพย์สินให้ตกเป็นของกองทุน โดยตั้งแต่ 1 ต.ค. 2558 ถึง 27 ก.ย. 2559 ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติดไปแล้ว 2,057 ราย ยึดอายัดทรัพย์ภาพรวม กว่า 1,444,358,945 บาท

นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ และเป็นหน่วยงานหลักในด้านการตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์สิน ที่ได้มาเนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องทราบข้อมูลการมีอยู่ หรือได้มา ซึ่งทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่กรมที่ดินเป็นเจ้าของข้อมูลอย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีความถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน รวมถึงการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการสืบสวนขยายผลการจับกุมคดียาเสพติดที่ผ่านมา ป.ป.ส. ได้ใช้วิธีการส่งข้อมูลในรูปแบบเอกสารคำขอข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อขอใช้ประโยชน์ข้อมูลดังกล่าว
“และเพื่อให้การดำเนินการมีความสะดวก รวดเร็ว ป.ป.ส. ร่วมกับ กรมที่ดิน จึงได้หารือถึงแนวทางด้านเทคนิคการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะของเว็บเซอร์วิส ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาข่าวสารข้อมูลของกรมที่ดิน ให้ ป.ป.ส. สามารถเชื่อมโยงใช้งานเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นที่มาของการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ ระหว่าง ป.ป.ส. กับกรมที่ดิน “นาย นายศิรินทร์ยา กล่าว
ด้าน นายอภินันท์ กล่าวว่า ในวันนี้ กรมที่ดินและป.ป.ส. ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ ป.ป.ส. เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ส. โดยจะสามารถสืบค้นข้อมูลต่างๆ ได้แก่ หมายเลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล ของผู้ที่ต้องการตรวจสอบ เลขที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน พิกัดของที่ดินได้จากข้อมูลของกรมที่ดินผ่านการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ 73 แห่ง เช่น สำนักงานที่ดินในกรุงเทพฯ 17 แห่ง สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท เชียงราย เชียงใหม่ ชลบุรี นครนายก นคราชสีมา นครปฐม นนทบุรี เป็นต้น

