รมว.สุชาติ ย้ำ! นายจ้างลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิด กม.ภายใน 30 พ.ย. เร่งถกนำเข้าเอ็มโอยู 11 พ.ย.สกัดทะลักเข้า ปท.
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังมีการประชุมชี้แจงประเด็นการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ด้านแรงงาน พร้อมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานก่อสร้างและแรงงานข้ามชาติ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน ชมรมผู้ประกอบการที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว และทำความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ที่กระทรวงแรงงาน ว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการทะลักของแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“วันนี้จึงได้มอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ประชุมชี้แจง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิ รวมทั้งชมรมผู้ประกอบการที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว และสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19” นายสุชาติ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกรณีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดน เนื่องจากฟื้นฟูเศรษฐกิจรองรับการเปิดประเทศ โดยได้กำชับ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง ตำรวจทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวด เฝ้าระวัง สกัดกั้นขบวนการขนย้าย ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งกำชับให้กระทรวงแรงงาน เร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการนำเข้าแรงงานอย่างถูกกฎหมาย รองรับความต้องการของภาคการผลิตและบริการไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากความสำเร็จในการเดินหน้าการเปิดประเทศเพิ่มมากขึ้นของรัฐบาล

นายสุชาติ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา -2019 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยแบบผิดกฎหมายได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน
“ส่วนการนำแรงงานเข้ามาเพิ่มเติมตามเอ็มโอยูนั้น กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน (กกจ.) จะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) มท. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นต้น เพื่อหารือแนวทางการนำเข้าแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นจะเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ และ ครม. ให้ความเห็นชอบเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานตามความต้องการของผู้ประกอบการ
“กระทรวงแรงงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เราได้ทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด โดยเฉพาะการให้สิทธิคนไทยได้ทำงานก่อน หากแรงงานไม่เพียงพอก็จะนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา ตามขั้นตอนของมติ ครม. และเป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่ ศบค. กำหนด ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมการไว้แล้ว ในส่วนการทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตามแนวชายแดนนั้น กระทรวงแรงงานได้บูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกับ มท.และฝ่ายความมั่นคง เพื่อเข้มงวดกวดขันในการขยายผลจับกุมขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองต่อไป” นายสุชาติ กล่าวและว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงานเข้าใจความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตและก่อสร้าง รองรับนโยบายการเปิดประเทศ กระทรวงแรงงานได้ทำงานเชิงรุกและเตรียมการขั้นตอนต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงานให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงานได้จัดฉีดวัคซีนผู้ใช้แรงงานไปทั้งหมด 3 ล้านกว่าโดส ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างด้าวกว่า 4 แสนโดส โดยไม่ได้แยกแยะว่าจะต้องเป็นคนไทย ขอให้เป็นผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ในส่วนของสิทธิการรักษา ถ้าเจ็บป่วยในประเทศไทย รัฐบาลไทย กรมควบคุมโรค ก็ต้องให้การรักษาตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รักษาไปไม่ใช่น้อย เราเลยคิด และมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในไทยอย่างผิดกฎหมายภายในวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น เพื่อให้แรงงานดังกล่าวเข้าสู่ระบบ และทำเอ็มโอยูให้ต่อไป
“อยากฝากไปถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาตามชายแดนต่างๆ ว่า อย่าเพิ่งเข้ามา เพราะในขณะนี้ที่มีการเปิดให้ลงทะเบียน คือส่วนของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในสถานประกอบการของประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งเหลือเวลาอยู่เพียงแค่ 20 วัน แต่หลังจากนั้นเข้ามาแล้วจะผิดกฏหมาย ขอให้รอการนำเข้าแบบเอ็มโอยูอย่างถูกต้อง” นายสุชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับสถานการณ์ที่มีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามาในช่วงนี้ กระทรวงแรงงานมีแนวทางในการจัดการอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ได้มีการประสานไปยังทีมงานที่อยู่ทางชายแดนทั้งหมดว่า ให้ประชาสัมพันธ์ไปให้ถึงเพื่อนบ้านว่า อย่าเสียเงินเข้ามา เพราะทุกวันนี้ฝ่ายความมั่นคงมีการตรวจจับทุกวัน และจับได้มาก
“เสียเงินเข้ามากันคนละหมื่น 2 หมื่น สุดท้ายโดนจับ คุณก็เสียเงินเปล่า คุณรอ 20 วัน หากนายจ้างคุณลงทะเบียนแรงงานให้แล้วก็จบ หากหลังจากนั้น ถ้าต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทยก็เข้ามาแบบเอ็มโอ” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน นายสมพงค์ สระแก้ว ประธานมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงการใช้แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะการที่แรงงานข้ามชาติ เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะทำให้เข้าถึงการคุ้มครองจากรัฐบาล ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ การประกันสังคม และสวัสดิการต่างๆ ตามหลักสิทธิมนุษยชน ส่วนการแก้ไขปัญหาการทะลักตามแนวชายแดนนั้น ปัจจุบัน การทำงานอย่างเข้มแข็งของหน่วยงานฝ่ายความมั่งคงตามแนวชายแดนจะช่วยสกัดกั้นการลักลอบทำงานผิดกฎหมายได้

