กทม.เผยน้ำทะเลหนุนสูงทุบสถิติของปี ริมเจ้าพระยาอ่วม เตือน 11 ชุมชน เฝ้าระวังต่อเนื่อง

8.11.21 | 14:10 น.

กทม.เผยน้ำทะเลหนุนสูงทุบสถิติของปี ทำพื้นที่ริมเจ้าพระยาอ่วม เตือน 11 ชุมชน เฝ้าระวังต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับน้ำเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ ที่ส่งผลให้หลายพื้นที่ตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.นนทบุรี กรุงเทพมหานคร จ.สมุทรปราการ ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง เอ่อเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยบ้านเรือน และถนนหลายสายตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้นั้น ล่าสุดมีการคาดว่าในภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในวันนี้ คาดว่าจะทำลายสถิติในช่วงหลายวันที่ผ่านมา


ทั้งนี้ นายสรรเสริญ เรืองฤทธิ์ วิศวกรไฟฟ้าชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานระบบโทรมาตร สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ วันนี้น้ำทะเลหนุนสูงกว่าวันที่ 7 พฤศจิกายน ประมาณ 1 เซนติเมตร แต่ระดับน้ำทะเลที่ขึ้นมาตรวจวัดได้จริงสูงกว่าเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ถึง 32 เซนติเมตร

“คาดว่าน่าจะทำลายสถิติสูงสุดของปีนี้ พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ หรือบริเวณที่แนวคันกั้นน้ำยังไม่สมบูรณ์ อาจได้รับผลกระทบ จะมีน้ำท่วมขัง รั่วซึม ล้นเข้ามาได้ ทั้งนี้ กทม. ได้แจ้งเตือนชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ต้องเฝ้าระวังด้วย” นายสรรเสริญ กล่าว

Advertisement

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง ทะลักเข้าพื้นที่บริเวณถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ โดยได้กำชับให้สำนักการระบายน้ำ เข้าแก้ไขปัญหาโดยเร่งระบายน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่

ขณะที่ นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัด กทม. พร้อมด้วย นางเอื้อจิตต์ เปลี่ยนขำ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด นำเจ้าหน้าที่เขตบางพลัด ลงพื้นที่บริเวณเชิงสะพานกรุงธน ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน

นางสุธาทิพย์ กล่าวว่า เนื่องจากน้ำล้นแนวเขื่อน บริเวณเชิงสะพานกรุงธน ฝั่งธนบุรี จึงได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำพื้นที่ล้นแนวเขื่อน พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่สัญจร ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้สะพานกรุงธน มุ่งหน้าถนนสิรินธร โดยให้เลี้ยวเข้าจรัญสนิทวงศ์ เพื่อใช้สะพานพระราม 8 หรือ พระราม 7

รองปลัดกทม. กล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสายวันนี้ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมผิวจราจร จึงได้มอบหมายให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่กำกับบริหารราชการสำนักงานเขต 6 กลุ่มเขต ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ลงพื้นที่ติดตามสถานสถานการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อน ในเบื้องต้นได้เรียงกระสอบทรายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มระดับความสูงของแนวคันกั้นน้ำ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณเชิงสะพานกรุงธน มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-80 ซม. ทำให้รถเล็กไม่สามารถเดินทางผ่านไปมาได้ จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับรถที่มาจากถนนสิรินธร ให้เลี้ยวเข้าจรัญสนิทวงศ์ เพื่อใช้สะพานพระราม 8 หรือพระราม 7 ส่วนรถที่มาจากฝั่งพระนคร (ถนนราชวิถี) ให้ใช้สะพานพระราม 8 หรือพระราม 7 เช่นกัน

สำหรับรถที่มาจากฝั่งพระนคร (ถนนราชวิถี) ให้ใช้สะพานพระราม 8 หรือพระราม 7 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม กทม.จะเร่งระบายน้ำโดยเร็วที่สุด ขออภัยในความไม่สะดวกในการสัญจร

ด้าน น.ส.วรุณลัษม์ พลหาญ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายโยธา ลงพื้นที่ชุมชนหน้าโรงเรียนบางจาก เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ น้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับคันกั้นน้ำบริเวณวัดสะพานเขตคลองเตยชำรุด ส่งผลให้น้ำไหลสู่คลองบางจากล้นเอ่อเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้คลอง โดยมีประธานชุมชนหน้าโรงเรียนบางจากนำตรวจและให้ข้อมูล พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเขตพระโขนง เตรียมสนับสนุนกระสอบทรายแก่เขตคลองเตยหากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะใช้ เพื่อช่วยสกัดน้ำบริเวณที่มีน้ำทะลัก

ส่วนนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำวัดสะพาน เขตคลองเตย (สุขุมวิท 50) เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายโยธาเขตคลองเตย เร่งประสานสำนักระบายน้ำ เพื่อเร่งสูบน้ำออก และเสริมกระสอบทรายเพื่อป้องกันเหตุน้ำทะลักหากเกิดน้ำหนุน และฝนตกซ้ำในพื้นที่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการคาดการณ์ระดับน้ำจะสูงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 13-14 พฤศจิกายนนี้ โดยคาดว่าน้ำจะสูงขึ้นอีกแต่ไม่เกิน 2.30 เมตร ขณะเดียวกัน ลมหนาวที่คาดจะว่าจะมาถึงวันที่ 9-10 พฤศจิกายนนี้ อาจจะเป็นปัจจัยทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นได้อีก จึงขอให้ประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและประชาชนที่อาศัยนอกแนวคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด