เมื่อวันที่ 29 กันยายน เวลา 17.30 น. บริเวณคลองสองแพรก กม.23+017 ถ.ตรัง-สิเกา ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักตกลงไปในคลอง เป็นรถกระบะสีเขียว ทะเบียน บบ 3863 ตรัง ซึ่งเป็นของนายหนุ่ม (นามสมมุติ ขอสงวนนาม เนื่องจากผู้ประสบเหตุดังกล่าวมีอาชีพรับราชการ) ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจ
ทั้งนี้ นายหนุ่มเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนเองได้ขับรถมาคนเดียวจากจังหวัดระนองเพื่อมาหาครอบครัวที่อยู่ในตัวเมืองตรัง ขณะขับรถมาฝนตกลงมาตลอดเส้นทาง พอมาถึงบริเวณคลองสองแพรก ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง รถเกิดยางแตกบังคับรถไม่อยู่เนื่องจากถนนลื่น จึงเสียหลักพุ่งเข้าชนกับเหล็กกั้นไหล่ทาง รถได้ไถลลงไปในคลองพลิกคว่ำ 3 ตลบ ก่อนจะพลิกตะแคงข้างเกือบตกลงไปในกระแสน้ำ ตนเองต้องตะเกียกตะกายออกมาจากตัวรถ แต่โชคยังดีที่ตนเองไม่ได้ปิดกระจกรถยนต์ในช่วงดังกล่าวจึงสามารถออกมาได้ แต่รถกระบะพังยับไปทั้งคัน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากถ้าดูจากสภาพรถแล้วคนขับต้องอาการสาหัส แต่นายหนุ่มไม่เป็นอะไรเลย ไม่มีบาดแผลแม้แต่เพียงเล็กน้อย แถมหลังเกิดเหตุยังลุกมาเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายได้ตามปกติ ผู้สื่อข่าวเลยสอบถามว่านายหนุ่มห้อยพระอะไร นายหนุ่มกล่าวว่า ตนเองได้ห้อยพระหลวงปู่ทวดจากวัดทรายขาว จ.สงขลา ชาวบ้านเมื่อทราบข่าวต่างก็ขอชื่นชมกับองค์พระดังกล่าว บางคนขอถ่ายรูปพระที่แขวนคออยู่ และบอกว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
ทางด้านนายหนุ่มได้กล่าวว่า ต่อให้มีพระดีขนาดไหน คนขับขี่รถเองต้องอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาทและมีสติ ก่อนขับขี่รถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา อย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ตนเองปลอดภัยเพราะคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนพระที่ห้อยคอนั้นเป็นแค่สิ่งที่ทำให้ตนเองยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงขอบอกว่าทุกคนที่ขับรถอย่าประมาท เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา เหมือนที่ตนขับรถมาจากจังหวัดระนอง อีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงบ้านที่อยู่ในตัวเมืองตรังแล้ว แต่ก็ยังมาเกิดอุบัติเหตุจนได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาตรวจสอบอุบัติเหตุครั้งนี้ และเรียกร้องค่าเสียหายที่ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย

