ผู้ว่าฯ กทม.สั่งทีมเดินสายเยี่ยมชุมชนจมน้ำ เร่งระดมกระสอบทรายอุดจุดอ่อนริมเจ้าพระยา

9.11.21 | 16:23 น.

ผู้ว่าฯ กทม.สั่งทีมเดินสายเยี่ยมชุมชนจมน้ำ เร่งระดมกระสอบทรายอุดจุดอ่อนริมเจ้าพระยา

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ทั้งนี้ ในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออกด้วยการจัดทำทำนบกั้นน้ำ (Stop Lock) เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาน้ำแล้งในพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังทำการเกษตร โดยจะจัดสร้างทำนบกั้นน้ำใหม่ทดแทนจุดเดิมที่ชำรุด 3 จุด และจุดใหม่ 14 จุด รวมทั้งสิ้น 17 จุด ประกอบด้วย บริเวณคลองบึงเขมร คลองบึงแตงโม คลองหวังโต คลองขุดใหม่ คลองบึงนายรุ่ง คลองหนึ่ง คลองลัดเกาะเลา ปากคลองสอง ปากคลองลำแขก คลองแม๊ะดำ คลองลำเกวียนหัก คลองลำชะล่า คลองกระทุ่มล้ม คลองลำตามีร้องไห้ คลองลำต้อยติ่ง คลองแยกลำต้อยติ่ง และคลองแยกลำไทรชะมด สามารถกักเก็บน้ำได้ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 140,000 ไร่ คาดว่าจะสามารถลงนามจ้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2564


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมมีการรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จนน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำของ กทม. (จุดฟันหลอ) ซึ่งหลายชุมชนได้รับผลกระทบอย่างหนักเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำขึ้นน้ำลงไปอีกระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ได้สั่งการให้คณะผู้บริหาร กทม.แบ่งงานกันทำ โดยจัดทีมลงไปตรวจเยี่ยมชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าว ดังนี้ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัด กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนบริเวณเชิงสะพานกรุงธน พื้นที่เขตบางพลัด สำหรับบริเวณเชิงสะพานกรุงธน ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมผิวจราจร ในเบื้องต้นได้เรียงกระสอบทรายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มระดับความสูงของแนวคันกั้นน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อสูบน้ำที่รั้วซึมเข้ามา พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในช่วงที่ระดับน้ำขึ้นสูง

Advertisement

นอกจากนี้ ได้แจกจ่ายอาหารกล่องให้แก่ประชาชน จากนั้นลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนริมคลองบางกอกน้อย และตรวจความพร้อมสถานีสูบน้ำคลองดุสิต เขตบางกอกน้อย โดยดำเนินการเรียงกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวบริเวณบริษัท กัปตัน จำกัด พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัด กทม. ลงพื้นที่บริเวณโกดังไทยฟ้า ถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ ซึ่ง กทม.ได้เตรียมความพร้อมเสริมแนวกระสอบทรายเป็นแนวกั้นน้ำ บริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เปิดฝาท่อระบายน้ำ กวาดไล่น้ำ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเร่งการระบายน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วน โดยทันที รวมถึงประชาสัมพันธ์การหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ และเตรียมพร้อมการสำรวจความเสียหายโดยเร่งด่วนเพื่อเยียวยาตามหลักเกณฑ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. พร้อมด้วย นพ.ชวินทร์ ศิรินาค นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัด กทม.สำนักงานเขตเขตสัมพันธวงศ์ จิตอาสาพระราชทาน กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมดำเนินการกั้นกระสอบทรายเป็นแนวกันน้ำและเร่งระบายน้ำบริเวณถนนทรงวาด เพื่อป้องกันแก้ไขน้ำท่วมขังในพื้นที่อย่างเร่งด่วน และช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำสูงเอ่อล้นคันกันน้ำชั่วคราวที่ทางกรุงเทพมหานคร ได้วางกระสอบทรายไว้ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัจจัยธรรมชาติ คือน้ำทะเลหนุนสูงกว่าระดับน้ำจริงตามที่คาดการณ์ไว้บวกกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา ทำให้น้ำล้นตลิ่งในช่วงที่มีคันกั้นน้ำชั่วคราวบริเวณชุมชนนอกคันกั้นน้ำและบริเวณแนวฟันหลอ ส่งผลให้ในวันนี้ (9 พฤศจิกายน 2564) ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดที่ระดับ 2.20 เมตร ในช่วงเวลา 10.45 น. หลังจากนั้นน้ำจะค่อย ๆ ลดระดับลง และคาดการณ์ไว้ว่าจะกลับสู่สภาพปกติในเวลาประมาณ 13.00 น.

ขณะที่ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. พร้อมด้วย คณะผู้บริหารเขตบางซื่อ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และการแก้ไขปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนน บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 และซอยประชาราษฎร์ สาย 1 ซอย 21 เขตบางซื่อ พร้อมมอบยากันน้ำกัดเท้าให้ประชาชนในชุมชน สำหรับบริเวณดังกล่าวมีน้ำรั่วซึมจากเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำล้นคันกั้นน้ำท่วมบ้านเรือน และผิวจราจร ส่งผลให้น้ำท่วมขังในซอย และผิวจราจร ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบและสิ่งของเสียหาย เบื้องต้นสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตั้งเรียงกระสอบทรายหลังเขื่อนป้องกันน้ำรั่วซึม กระสอบทรายกั้นน้ำ ป้องกันน้ำจากแม่น้ำไหลเข้าทางท่อระบายน้ำ และบังคับน้ำระบายน้ำลงสู่คลอง เปิดฝาบ่อพักเพิ่มขนาดทางน้ำไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำผลักน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการแจกถุงยังชีพผู้ได้รับผลกระทบ และสำรวจและประเมินความเสียหายอุทกภัยของชุมชนเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยภายหลังตรวจติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณพร้อมให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมอบถุงยังชีพและอาหารปรุงสุกใหม่บรรจุกล่อง จำนวน 300 กล่อง แจกจ่ายให้ประชาชนในชุมชน ว่า จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณแนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ได้รับผลกระทบ สำหรับชุมชนโรงสี ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ

“ขณะนี้ระดับน้ำในชุมชนลดลงกว่าเมื่อวานประมาณ 40 เซนติเมตร สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา กทม.ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตเสริมกระสอบทรายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มระดับความสูงของแนวคันกั้นน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำภายในชุมชนออก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้กับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน มีระดับเท่ากันอยู่ที่ประมาณ 2.30 เมตร แต่จะเห็นได้ว่าระดับน้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลงอย่างต่อเนื่อง” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวและว่า อย่างไรก็ ตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงเช่นนี้อีก 3-4 วัน กทม.จะติดตามเฝ้าระวังและจะแก้ไขปัญหาในทุกจุดให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดเหตุน้ำท่วมขังอย่างเช่นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์ จะเกิดน้ำทะเลหนุนอีกรอบในวันที่ 20-26 พฤศจิกายนนี้ โดยระดับน้ำจะอยู่ที่ 1.17 เมตร อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจากเจ้าของพื้นที่หรือร้านอาหารบริเวณแนวเขื่อนชั่วคราว (แนวฟันหลอ) ให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมในการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรต่อไป