เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ. พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.รฟ., ว่าที่ พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม ผกก.4 บก.รฟ., พ.ต.ท.ประวิทย์ ว่องไว, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.4 บก.รฟ. พ.ต.ท.สันติ สุทธิชัย สว.ส.รฟ.ฉะเชิงเทรา กก.4 บก.รฟ., ร.ต.อ.สุชาติ ปัญจมาต รอง สว.ส.รฟ.ฉะเชิงเทรา กก.4 บก.รฟ. 2. ร.ต.ท.หัฏฐโชค สมบูรณ์ รอง สว.(ป) ส.รฟ.ฉะเชิงเทรา กก.4 บก.รฟ. นำกำลังร่วมกันจับกุม นายภราดร หรือก๊อต เกตุแก้วเจริญ อายุ 21 ปี 2.นายจักรพงศ์ หรือเก๋ง เกตุแก้วเจริญ อายุ 19 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเหล็กรองรางรถไฟ น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม ได้ที่หน้าแขวงบำรุงทางรถไฟฉะเชิงเทรา
พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า บก.รฟ.รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยว่า เหล็กรองรางรถไฟที่เก็บไว้บริเวณหน้าแขวงบำรุงทางรถไฟฉะเชิงเทราหายไปหลายครั้ง พ.ต.ท.สันติ สุทธิชัย สว.ส.รฟ.ฉะเชิงเทรา กก.4 บก.รฟ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จึงประชุมวางแผนสืบสวนจับกุมคนร้ายหลายวันติดต่อกัน โดยกระจายกำลังดักซุ่มอยู่บริเวณใกล้กับบริเวณที่เก็บเหล็กรองรางรถไฟ ต่อมาวันที่ 9 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 01.20 น. พบคนร้ายทั้งสองขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามายังที่เกิดเหตุ คนร้าย 1 คน ลงจากรถมายกเหล็กรองรางรถไฟขึ้นรถจักรยานยนต์ ส่วนอีกคน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ได้รออยู่ที่รถห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 เมตร เมื่อได้เหล็กรองแล้ว จากนั้นคนร้ายทั้งสองร่วมกันนำเหล็กขึ้นรถขับออกจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟและเจ้าหน้าที่การรถไฟ จึงจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ได้พร้อมของกลางเหล็กรองรางรถไฟจำนวนดังกล่าว
พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่าสอบถามนายภราดร รับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมามาลักเหล็กรองรางรถไฟกับนายพาส ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง จากหน้าแขวงบำรุงทางรถไฟฉะเชิงเทรา จำนวน 50 กก. โดยนำเหล็กรองรางรถไฟไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า ไม่ทราบชื่อ ข้างวัดแห่งหนึ่ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จว.ฉะเชิงเทรา ก่อนถูกจับกุมนายภราดร ชวนนายจักรพงศ์ (น้องชาย) มาลักเหล็กรองรางรถไฟอีก จนถูกจับกุมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากนั้นร่วมกันขยายผลติดตามยึดเหล็กรองรางรถไฟคืนจากร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งในบริเวณ ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จว.ฉะเชิงเทรา น้ำหนักรวม 171 กิโลกรัม จากผู้ดูแลด้วยความยินยอม โดยจะดำเนินการขยายผลเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

