สอบสวนกลางชี้แจงกรณี ‘เสี่ยโจ้ ปัตตานี’ ถูกปล่อยตัวหลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง อยู่ระหว่างขอความเห็น ผบ.ตร. เห็นแย้งหรือไม่
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ปัตตานี ถูกปล่อยตัวหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 นายสหชัย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จับกุมพร้อมของกลางเงินสด 46 ล้านบาท, น้ำมัน 2,000 ลิตร และตรวจพบหลักฐานการซื้อขายน้ำมันเถื่อนจำนวน 500 ล้านลิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับนายสหชัย ในความผิดเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเถื่อน และมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ต่อมาจึงได้มีการออกหมายจับนายสหชัยฯ หรือโจ้ ในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งทางนายสหชัย ได้พยายามหลบหนีการจับกุมเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ตำรวจสอบสวนกลางสามารถจับกุมตัวนายสหชัย ได้ที่ตลาดกลางคืนย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงได้นำตัวนายสหชัย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ได้ปรากฏข่าวตามสื่อต่างๆ ในกรณีที่นายสหชัย ได้รับการปล่อยตัว ทางตำรวจสอบสวนกลางจึงขอชี้แจงประเด็นในการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนี้ การจับกุมนายสหชัย ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 60/2564 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ในความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งหมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับที่ชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่ถูกถอนจากสารบบแต่อย่างใด การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นการกระทำโดยใช้อำนาจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถึงแม้ว่าภายหลังทางพนักงานอัยการจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ก็ตาม ในส่วนนี้ยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาขอความเห็นจาก ผบ.ตร. ว่าเห็นพ้องหรือเห็นแย้งในกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่
สำหรับการส่งตัวนายสหชัย ไปยังอัยการจังหวัดสงขลานั้น เป็นการส่งตัวไปยังสำนักงานอัยการตามที่ได้มีการส่งสำนวนคดีไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสงขลาก่อนหน้านี้ เพื่อให้พนักงานอัยการส่งฟ้องนายสหชัย ต่อศาลตามอำนาจต่อไป ในส่วนของความเห็นของพนักงานอัยการจะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง เป็นอำนาจและดุลพินิจของทางพนักงานอัยการ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวนายสหชัย มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสุดความสามารถ
กรณีเหตุที่ไม่ได้ส่งตัวนายสหชัย ไปยังศาลปัตตานีนั้น เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบในสารบบแล้วพบว่า นายสหชัย มีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาเพียงหมายจับเดียว ไม่พบหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานีที่นายสหชัย ไม่ได้เข้ารับโทษตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมิได้นำตัวนายสหชัย ส่งไปยังศาลจังหวัดปัตตานี
ในส่วนของกรณีที่นายสหชัย ได้รับการปล่อยตัวหลังจากนำตัวส่งพนักงานอัยการแล้วนั้น ถือเป็นดุลพินิจของทางพนักงานอัยการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจในการควบคุมตัวนายสหชัย หรือโจ้แต่อย่างใด เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบข้อมูลไปยังหน่วยงานอื่นฯ ถึงข้อมูลหมายจับค้างเก่าของนายสหชัย หรือโจ้ แล้ว พบว่านายสหชัย หรือโจ้ ไม่มีหมายจับค้างเก่าคดีอื่นๆ การชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นการชี้แจงต่อพนักงานอัยการตามข้อมูลที่ตรวจพบ ณ ขณะนั้น
ตำรวจสอบสวนกลาง ยังคงให้ความสำคัญสำหรับการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยึดหลักความถูกต้อง ยุติธรรม ตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด

