อนุทิน ลั่น! ฉีดวัคซีนวนไป จนกว่าโควิดจะเป็นโรคประจำถิ่น เผยไทยปักแขนเกือบ 85 ล้านโดส
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่มณฑลทหารบกที่ 11 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล (รพ.) สนามมลฑลทหารบกที่ 11 ถึงการดูแลพื้นที่ที่ยังมีการระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จังหวัดสีฟ้า ว่ายังต้องอัดวัคซีนลงไปเสริม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กำหนดมาตรการต่างๆ ไม่ให้เกิดความเสี่ยงจนทำให้เกิดการระบาด แต่ที่สำคัญคือขณะนี้มีวัคซีนเพียงพอ ก็ควรเร่งกระจายวัคซีนไปทุกจังหวัดให้มากที่สุด
“วันนี้เราฉีดวัคซีนเกือบ 85 ล้านเข็ม ซึ่งวัคซีนก็ทำหน้าที่ของมัน จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเริ่มลดระดับลงมา จำนวนผู้เสียชีวิตแต่ละวันก็ต่ำกว่าร้อยรายมา 1 เดือน ถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตคือกลุ่ม 607 ผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง และส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีน เช่น สถานดูแลคนชรา จ.เชียงใหม่ แม้ติดเชื้อแต่รับวัคซีนก็ไม่ป่วยหนักและไม่เสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าวัคซีนเป็นปัจจัยหลักให้คนปลอดภัยจากเชื้อ และเมื่อไม่มีอาการหนัก รักษาหายได้ การกระจายของเชื้อจะลดความรุนแรงลง เป็นเหตุเป็นผลของมัน ขออย่าไปกลัววัคซีน” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่า อัตราการรับวัคซีนเริ่มชะลอตัวลง เพราะคนรับวัคซีนกันมากแล้ว ก็จะเหลือคนที่ไม่อยากรับวัคซีน ก็จะเป็นประเด็นปัญหาได้ ยืนยันว่าวัคซีนที่ทุกคนได้รับมีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ป้องกันโรคได้ โดยกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนก็จะใช้แผนพวกมากลากไป ซึ่งขอให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ติดตามและสร้างความมั่นใจชักชวนออกมาฉีด
“หากเป็นกลุ่มวัฒนธรรมประเพณีศาสนาก็จะให้ผู้นำศาสนาไปช่วย อย่าง 4 จังหวัดชายแดนใต้ ผู้นำศาสนาก็ลงไปให้ความเข้าใจทุกเพศ ทุกวัย จนคลายความกังวล จะเห็นว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา การติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดจาก 3,000 รายต่อวัน เหลือ 1 ใน 3” นายอนุทินกล่าว และว่า ขณะนี้ สธ.เริ่มทำการฉีดเข็มที่ 3 ให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนรับซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ที่เป็นเชื้อตาย ขอให้รีบแจ้งและนัดเพื่อรับเข็มบูสเตอร์ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันกลับขึ้นไปอยู่ในระดับปลอดภัย ป้องกันสายพันธุ์เดลต้า หรือสายพันธุ์อะไรต่างๆ ได้ สำคัญคือไม่ป่วยหนักและเสียชีวิต หลังจากนั้นจะฉีดเข็มที่ 3 ให้ผู้รับแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม เกิน 6 เดือน จะทยอยฉีดต่อไป ดังนั้น ปี 2565 จะเป็นการฉีดบูสเตอร์ หรือเติมภูมิไปเรื่อยๆ หมุนเวียนกันไป พอครึ่งปี กรมควบคุมโรคและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการวัดภูมิคุ้มกันและสำรวจศึกษา หากภูมิส่วนใหญ่ตกก็จะทำการเพิ่มวัคซีนไปจนกว่าโรคโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น
นายอนุทินกล่าวถึงการจัดงานลอยกระทงในสัปดาห์หน้าของแต่ละพื้นที่ว่า ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอำนาจเต็ม ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มาตรการต่างๆ ขอให้ติตตามจากทางจังหวัด หากอนุญาตให้จัดได้ก็ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย/ผ้าตลอดเวลา เมื่ออยู่ในกลุ่มคนแออัด ช่วงนั้นคือ อันตรายที่สุด แต่เมื่อรับวัคซีนแล้วและสวมหน้ากากด้วย อยู่ในมาตรการล้างมือ เว้นระยะห่าง โอกาสติดเชื้อก็แทบไม่มี สามารถใช้ชีวิตปกติได้ตามแต่เหตุ

