โฆษกอัยการยัน อสส.ยังไม่มีคำสั่งฟ้อง ‘ผกก.โจ้-พวก’ รอผลสอบเพิ่มจากกองปราบ

12.11.21 | 18:34 น.

รองโฆษกอัยการเผย อสส.ยังไม่มีคำสั่งฟ้องคดี ‘ผกก.โจ้’ กับพวก คดีถุงคลุมหัวเหยื่อดับ-รีดทรัพย์ สั่งพนักสอบสวนกองปราบปรามสอบเพิ่มบางประเด็น พร้อมกำชับให้เร่งส่งผลสอบ ยันสั่งฟ้องทันก่อนครบฝากขัง


ตามที่มีรายงานข่าวว่า อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.นครสวรรค์ กับพวก รวม 7 คน ไปแล้วนั้น
อ่าน อสส.สั่งฟ้องผกก.โจ้-พวก ทุกข้อหา โทษหนักประหารสถานเดียว

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันถึงคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กับพวก รวม 7 คน ใช้ถุงพลาสติกดำครอบศีรษะนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ในเซฟเฮาส์ “บ้านกาแฟ” หลังโรงพักจนเสียชีวิต ว่าหลังจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ผกก.โจ้ กับพวก ให้อัยการเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ยังไม่มีคำสั่งฟ้องคดี ผกก.โจ้ กับพวกผู้ต้องหาแต่อย่างใด โดยอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนคดีแล้วมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็น เพื่อให้สำนวนคดีมีความละเอียดรอบคอบครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งส่งผลสอบเพิ่มเติมมาให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งคดีต่อไป ยืนยันว่าจะสามารถสั่งฟ้องคดีได้ทันก่อนครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ผกก.โจ้ กับพวก ถูกคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 4 ข้อหาคือ (1.) เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, (2.) เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, (3.) ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย, (4.) ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น

Advertisement