กรรมการอัยการ จ่อพิจารณาประเด็นร้อน ปมแต่งตั้ง หลังชื่อ ‘ปรเมศวร์’ ถูกตีกลับเรื่องจริยธรรม

15.11.21 | 10:15 น.

จับตา 17 พ.ย.นี้ ก.อ.พิจารณาประเด็นร้อน หลังองคมนตรีตีกลับให้พิจารณา พฤติกรรมทางจริยธรรม “อัยการปรเมศวร์” ก่อนจะเสนอขึ้นผู้ตรวจการอัยการ ส่วนตำเเหน่งรอง อสส.ปิ๋วชัวร์เเล้ว อส.เสนอชื่อ ‘กฤษฎา วิชพันธุ์’ เสียบเเทน หลัง ก.อ.เคยกันตำเเหน่งไว้ให้


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ ทางคณะกรรมการ (ก.อ.) จะมีการประชุมกันมีวาระพิจารณาหลายประเด็นโดยวาระที่น่าสนใจดังนี้

เรื่องเพื่อพิจารณาระเบียบวาระที่ 3 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการราย นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ความว่า ด้วยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่าตามที่คณะกรรมการอัยการพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 มีมติเห็นควรนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายปรเมศวร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไปจึงขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามมติ ก.อ.ต่อไป

ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีทราบแล้วเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไปแล้ว และได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรีขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาและดำเนินการเพิ่มเติมดังนี้

Advertisement

1.เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อปี 2562 นายปรเมศวร์ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับจราจรหลายข้อหาดังนี้ความผิดฐานขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจความผิดฐานขับรถในทางซึ่งก่อความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่นไม่หยุดและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้เคียงทันทีและความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายซึ่งต่อมาพนักงานอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีได้ยื่นฟ้อง นายปรเมศวร์ เฉพาะในฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่นศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 ว่าจำเลยมีความผิดให้ จำคุก 1 ปี ปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติไว้ 1 ปีคดีถึงที่สุดแล้ว

2.เพื่อให้การนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการรายดังกล่าวมีความถูกต้องและเหมาะสมตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ที่บัญญัติให้ประธาน ก.อ. เสนอ ก.อ. โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถความรับผิดชอบประวัติการปฏิบัติราชการและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้นๆ สำนักงานองคมนตรีจึงขอข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นว่าการขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายปรเมศวร์ ให้ดำรงตำแหน่งในขณะที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและรอการลงโทษประกอบกับปัจจุบันต้องอยู่ระหว่างถูกคุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปีอีกทั้งการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งสูงขึ้นโดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 ซึ่งอยู่ในช่วงที่คดีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วนั้นมีความถูกต้องเหมาะสมอย่างไร และเป็นไปตามมาตรา 38 ที่กำหนดให้ ก.อ. พิจารณาพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับแต่งตั้งแล้วหรือไม่

อย่างไรสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้โปรดพิจารณาให้ข้อมูลและความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นตามข้อสังเกตดังกล่าวและแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อแจ้งสำนักงานองคมนตรีนำไปเป็นข้อมูลประกอบการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป

โดยเรื่องนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าประเด็นที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีสอบถาม ประเด็นที่ 1 การแต่งตั้งให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 กรณีนายปรเมศวร์ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหาขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีผู้รับอันตรายแก่กายจิตใจและขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนีและกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจเมื่อวันที่ 28 ก.พ.62 เวลาประมาณ 22.30 น. พนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมผู้ต้องหาไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2563 ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีได้ยื่นฟ้องนายปรเมศวร์ในวันเดียวกัน ศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำพิพากษา ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43(2), 160 ตรีวรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปี ปรับ 40,000 บาท จําเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ปรับ20,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 1 ปีโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งกับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดในวันที่ 29 พ.ค.2564

ประเด็นที่ 2 กรณีแต่งตั้งบุคคลที่ต้องโทษคดีอาญาและอยู่ในระหว่างการคุมประพฤติกรณีนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำพิพากษา ลงโทษจำคุก 6 เดือนและให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปีโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งคดีนี้ถึงที่สุดเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2564 นายปรเมศวร์ จะพ้นจากการคุมประพฤติในวันที่ 29 เม.ย.2565 หากในระหว่างการคุมความประพฤติ นายปรเมศวร์กระทำผิดเงื่อนไขของการคุมประพฤติ ศาลอาจจะพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลกรณีให้รอการลงโทษได้

ประเด็นที่ 3 กรณีมี พ.ร.ก.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2564 มาตรา3 “ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ” หมายความว่านักโทษเด็ดขาดซึ่งเป็นผู้ได้รับการพักการลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหาร หรือได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ซึ่งมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษจำคุกก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

มาตรา 4 ผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี้ต้องมีตัวอยู่ในความควบคุมของทางราชการหรือถูกกักขังไว้ในสถานที่หรือที่อาศัยที่ศาล หรือทางราชการกำหนดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับติดต่อกันไปจนถึงวันที่ศาลออกหมายสั่งปล่อย หรือลดโทษหรือนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งปล่อยหรือลดโทษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงา สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ

พิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2564 และผู้ที่จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.ฉบับนี้จะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดที่อยู่ภายในเรือนจำหรือตัวต้องอยู่ในความควบคุมของทางราชการหรือถูกกักขังไว้ในสถานที่ของทางราชการ แต่นายปรเมศวร์มิได้อยู่ในเงื่อนไขเหล่านี้จึงไม่ได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.นี้ แต่อย่างใดสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 38 ดังกล่าวเป็นบทกฎหมายที่ ก.อ. จะต้องพิจารณาในการแต่งตั้งข้าราชการอัยการจึงเสนอ ก.อ. เพื่อโปรดพิจารณามติที่ประชุม

นอกจากนี้ วาระที่ 4 ยังมีการพิจารณาเรื่องการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกข้าราชการอัยการชั้น 7 ตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุดตามที่ ก.อ.ในคราวประชุมครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2564 ได้มีมติให้กันตำแหน่งรองอัยการสูงสุดไว้ 1 ตำแหน่งเนื่องจากนายปรเมศวร์ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ก.อ. ให้เลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการและอยู่ระหว่างเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและมีมติเสียงส่วนมากเห็นชอบให้ปรับเพิ่มกรอบอัตรากำลังข้าราชการอัยการชั้น 7 ตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการจำนวน 1 อัตรา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564

พิจารณาแล้วในขณะนี้ตำแหน่งรองอัยการสูงสุดยังคงว่างอยู่ 1 ตำแหน่ง แต่เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของรองอัยการสูงสุดตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายและมอบอำนาจมีเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการสำนักงานอัยการสูงสุดประกอบกับระยะเวลาในการที่สำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาแต่งตั้งได้ล่วงเลยมาพอสมควรแล้วกรณีมีเหตุจำเป็นที่จะต้องพิจารณาแต่งตั้งรองอัยการสูงสุดในตำแหน่งที่ว่างจึงเห็นควรพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกผู้ตรวจการอัยการเพื่อเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุดดังนี้ โดยมีการเสนอชื่อนายกฤษฎา วิชพันธุ์ ผู้ตรวจการอัยการ เป็นบัญชีเเรกซึ่งเป็นบัญชีอาวุโสรองจากนายปรเมศวร์ที่สำนักงานอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างให้ ก.อ. พิจารณาพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับการแต่งตั้งแล้วหรือไม่อย่างไร ในชั้นนี้จึงไม่พิจารณาผลการประเมิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่อชวด! เปิดเหตุผล องคมนตรีตีกลับ ‘ปรเมศวร์’ ขึ้นผู้ตรวจรอบ 2

รองโฆษกอัยการแจง ชง ปรเมศวร์ ขึ้นผู้ตรวจอัยการรอบ 3 เฟคนิวส์! ระบุ อสส.ยังไม่ได้ยืนยันเสนอชื่อ