รื้อชุมชนป้อมฯ สะดุด กทม.นัดใหม่6ตุลาฯ เด็กเกาะขา ‘วัลลภ’ วอน ‘อย่าเอาบ้านหนูไป’

30.09.16 | 17:45 น.

หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้ารื้อถอนบ้านเรือนภายในชุมชนป้อมมหากาฬ จำนวน 16 หลัง เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยอ้างว่าเจ้าของบ้านยินยอมให้รื้อถอนและช่วยขนย้ายทรัพย์สิน แต่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งไม่ยินยอมและรวมตัวกันปกป้องชุมชนด้วยกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ กระทั่ง กทม.ต้องยุติการปฎิบัติงานชั่วคราวนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 กันยายน นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ กทม.ลงพื้นที่ไปอำนวยความสะดวกในการขนย้ายทรัพย์สินให้แก่เจ้าของบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬที่ประสงค์จะย้ายออกจากพื้นที่ จำนวน 2 หลัง อย่างไรก็ดี เจ้าของบ้านไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เนื่องจากมีชาวชุมชนจำนวนหนึ่งไปคัดค้านโดยปิดกั้นทางเข้า-ออก และเจรจาต่อรองกับเจ้าของบ้าน ซึ่ง 1 ในนั้น คือ นางอำพร สำเภาทอง อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 195 แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม.
14508466_1210375862367711_725798369_n

นายวัลภ เปิดเผยว่า ชาวชุมชนฯ ได้ขอให้เข้ามาดำเนินการหลังวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งเจ้าของบ้านยินยอม และนัดจะเข้ามารื้อถอนบ้านในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ของเจ้าของบ้านที่ต้องการรื้อเอง แต่หากเลยวันที่ 6 ตุลาคมไปแล้ว ยังไม่สามารถเข้าไปรื้อย้ายได้ก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ กทม.ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการตกลงพหุภาคีตามที่ชาวชุมชนกล่าวอ้างแต่อย่างใด และ กทม.ไม่รับรู้ และไม่ขอนำมาปฏิบัติ

นายวัลลภ กล่าวอีกว่า เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 59 ตารางวา ของป้อมมหากาฬนั้น เป็นสมบัติของสาธารณะทั้งหมด และบ้านทั้ง 38 หลัง ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้รับเงินชดเชยจาก กทม.ไปแล้ว จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของ กทม.ในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฏหมาย ตามคำสั่งของศาล เพราะฉะนั้นเมื่อยังเข้าไปดำเนินการไม่ได้ จำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ด้านนายธวัชชัย วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนเจ้าของบ้านที่ต้องการรื้อถอน ชุมชนป้อมฯ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะไปขัดขวางสิทธิ์ทางกฎหมาย แต่มีข้อเสนอให้รอรื้อถอนหลังวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งในระหว่างที่รอ ชุมชนจะแต่งตั้งคณะกรรมการพหุภาคีขึ้นเพื่อเข้าไปร่วมกับภาครัฐในการหาทางออกร่วมกัน และจะเชิญชวน กทม.มาเป็นสักขีพยาน แต่ถ้าบ้านของใครต้องการที่จะย้ายออกก่อนวันที่ 5 ตุลาคม ชุมชนจะช่วยย้ายกันเอง

Advertisement

ขณะที่นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สามารถทำป้อมมหากาฬให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตได้ โดยชุมชนต้องพร้อมจะให้ความร่วมมือกับ กทม.และดูแลความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ และดูแลความสะอาด พร้อมรักษาต้นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวัลลภกำลังให้สัมภาษณ์ มีเด็กในชุมชนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปเกาะขานายวัลลภ พร้อมกล่าววิงวอนว่า “อย่าเอาบ้านพวกหนูไป” ซึ่งในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้พยายามกันเด็กออกจากนายวัลลภ แต่เนื่องจากเกิดความชุลมุนทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งหกล้มและร้องไห้ด้วยความตกใจ