สธ.ขู่ไม่ฉีดวัคซีนโควิด อาจเจอมาตรการไปที่สาธารณะต้อง 1 เข็ม เร่งปัก 100 ล้านโดสทะลุเป้าสิ้น พ.ย.นี้

15.11.21 | 15:18 น.

สธ.ขู่ไม่ฉีดวัคซีนโควิด อาจเจอมาตรการไปที่สาธารณะต้อง 1 เข็ม เร่งปัก 100 ล้านโดสทะลุเป้าสิ้น พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปได้กว่า 85 ล้านโดสแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ สธ.ทุกคนตั้งใจจะทำให้ถึง 100 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ และตั้งใจว่าจะฉีดให้ได้มากที่สุด สำหรับเข็มแรกฉีดไปแล้า 45,374,194 ราย คิดเป็นร้อยละ 63 เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 36,855,732 ราย คิดเป็นร้อยละ 51.2 และเข็มที่ 3 ฉีดไปแล้ว 2,782,979 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.9

“สิ่งที่เราจะทำต่อไปคือการเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 100 ล้านโดส ตามเป้าหมายประเทศ ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องร่วมด้วยช่วยกัน อยากให้พวกเรามีส่วนร่วมในการเชิญชวนคนมาฉีดวัคซีน นอกจากป้องกันตัวเองแล้วยังช่วยป้องกันผู้อื่นได้อีกด้วย” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว 85.01 ล้านโดส จะทำการเร่งฉีดวัคซีนภายใน 16 วัน เป็นจำนวน 13.98 ล้านโดส แบ่งเป็น เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 จำนวน 5.38 ล้านโดส และเข็มที่ 1 จำนวน 8.60 ล้านโดส สำหรับมาตรการที่จะเร่งรัดให้ประชาชนมาฉีดวัคซีนของทุกภาคส่วนนั้น สธ.จะทำหน้าที่ในการฉีดวัคซีน โดยจัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีนวันที่ 27 พ.ย.-5 ธ.ค. 64 และมีการจัดทีมเชิงรุก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และขยายไปยังแรงงานต่างด้าว

ปลัด สธ.กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) จะทำหน้าที่ค้นหาเชิงรุกกลุ่มที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และนำมาฉีดวัคซีน กระทรวงการศึกษาธิการ (ศธ.) มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ จะทำการสื่อสาร ทำความเข้าใจ ข้อมูลด้านวัคซีนให้ประชาชนทราบ ในส่วนของภาคเอกชนจะทำการจัดส่วนลดค่าโดยสารรถสาธารณะ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) จะสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้บริหารจัดการกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ให้มาฉีดวัคซีน จูงใจให้ประชาชนมาฉีดวัคซีน และออกประกาศการไปที่สาธารณะจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน

“สุดท้าย ศบค.อยากให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาฉีดวัคซีนมากขึ้น อาจจะมีมาตรการจูงใจต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้ามาฉีดวัคซีน และสุดท้ายถ้าจำเป็นจริงๆ ถ้า ศบค.พิจารณาแล้วการไปทำกิจกรรมต่างๆ ในที่สาธารณะอาจจะต้องมีการแสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส เพื่อจะให้เกิดความปลอดภัย เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของประชาชนคนนั้นต่อชุมชนเช่นเดียวกัน ดังนั้น อยากจะเชิญชวนให้มาฉีดวัคซีนเพราะไม่อยากจะออกมาตรการอะไรที่เป็นการบังคับมากเกินไป เพราะถือว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของประเทศในภาวะเช่นนี้” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการ (ผอ.) กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในสภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า แต่ละคนมีการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ดังนั้น แนวทางที่จะปฏิบัติจะต้องกำหนดให้แตกต่างกัน

“อย่างที่ประเทศออสเตรียประกาศล็อกดาวน์ใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือสิงคโปร์ ที่ออกมาบอกว่าหากติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ทางภาครัฐจะไม่ออกค่ารักษาพยาบาลให้ ในส่วนของประเทศไทยเองยังไม่ได้มีกำหนดอะไรแบบนี้ เพียงแต่จะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญในหลายๆ ประเทศตอนนี้” นพ.เฉวตสรรกล่าว

นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า ในส่วนของพื้นที่ต่างๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนสี ฝากให้สถานประกอบการต่างๆ ได้ปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด และขอย้ำว่าแม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ความเสี่ยงยังอยู่รอบตัว ขอให้ชักชวนคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนไปเข้ารับการฉีดวัคซีน วัคซีนทุกชนิดมีประสิทธิผลดีในการป้องกันการเสียชีวิต และการป่วยหนัก ฉีดแล้วต่อให้ฉีดไปกี่เข็มก็มีโอกาสติดเชื้อได้ เพียงแต่อาการจะไม่รุนแรง