เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก และอส. อ.แม่สอด , ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.แม่สอด และตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อยตชด. ที่ 346 อ.แม่สอด ได้สนธิกำลัง ออกตรวจค้นอาวุธสงคราม หลังทราบข่าวว่า จะมีการลำเลียงอาวุธสงครามตามแนวชายแดนไทย – เมียนมาร์ เข้ามาเขตไทยในพื้นที่อำเภอแม่สอด
โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการ ชุดแรกไปตรวจค้นเชิงเข้าบ้านพะเด๊ะ ตำบลพระธาตุผาแดง แต่ไม่พบอะไร ต่อมาชุดที่ 2 ได้เข้าไปตรวจค้นที่หมาย บ้านผาลาด หมู่ที่ 2 บริเวณ ซอยศิลาลาด 9 พบชาวเมียนมาร์ เชื้อสายกะเหรี่ยง จำนวน 6 คน ชาย 5 คน หญิง 1 คน อาศัยอยู่ในบริเวณ บ้าน 3 หลัง ติดกลางทุ่งนา และมีพิรุธสงสัย ตั้งแต่การตรวจพบ บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ลักษณะของทหารใช้ออกสงคราม ในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ จึงขยายผลออกไปตรวจสอบทั้งหมด และพบหน้าดินที่สงสัยขุดใหม่ จึงขุดพบถุงเป้ขนาดใหญ่ และหนักมาก จึงนำมาเปิดดู พบระเบิดสังหาร เอ็ม 67 จำนวน 141 ลูก และต่อมาขุดในบ้านหลังสุด ในลักษณะใส่ถุงเป้อำพรางไว้บริเวณ พบระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 51 ลูก จึงตรวจยึดทั้งหมด พร้อมทั้งควบคุมชาวเมียนมาร์ทั้งหมด 6 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านลักษณะดังกล่าว มีอยู่ใกล้กัน 3 หลังคา มีคอกวัวติดทุ่งนา มีโซล่าเซล โดยลำดับแรกพบคนต้องสงสัย และตรวจค้นพบถุงปุ๋ย บรรจุ อาวุธปืนยาว .22 พร้อมกระสุนมากมาย เมื่อตรวจสอบเอกสารชาวเมียนมาร์ทั้ง 6 คน ไม่มีเอกสารใดๆ จึงขยายผลจนพบอาวุธดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแจ้งว่า อาวุธสงครามทั้งหมด เป็นของพันเอกซานเอ่า อดีตผู้นำกลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. กลุ่มพลตรีซอละป่วย หรือ นายพลนะเคามวย และได้ถูกปลดออกไปจากกองทัพกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. จากนั้นจึงไปตั้งกองกำลังเป็นกลุ่มดีเคบีเอ.กลุ่มก้าวหน้า โดยรบกับฝ่ายรัฐบาลเมียนมาร์อยู่ในขณะนี้ ด้านตรงข้ามอำเภอท่าสองยาง ส่วนอาวุธที่นำมาสะสมไว้ เป็นของใหม่ น่าจะเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารกับฝ่ายรัฐบาลเมียนมาร์

