เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายธีรวัฒน์ วีระวัฒน์ ทนายความ พานายเทพกานต์ คุ้มศีรษะ พร้อมภรรยา เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดีลูกชายวัย 15 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกรถสองแถว ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เฉี่ยวชนจนเสียชีวิต แต่พนักงานสอบสวนกลับแจ้งข้อหาคู่กรณี “กระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย” ซึ่งเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย และต่อมาพนักงานสอบสวนกับผู้บังคับบัญชายังร่วมกันมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปยังพนักงานอัยการ โดยมี พ.ต.อ.จีระเดช ชมบุญ รอง ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม นายตำรวจเวรรักษาการณ์เป็นผู้รับหนังสือไว้เสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
นายเทพกานต์เล่าว่า เหตุการณ์วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 11.40 น. ลูกชายวัย 16 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปบริเวณสี่แยกในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ปรากฏว่าได้ถูกรถยนต์สองแถวรับจ้าง เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้ม และล้อทับศีรษะของลูกชายจนเสียชีวิต จากนั้นคู่กรณีได้ขับออกไปจากจุดเกิดเหตุห่างประมาณ 100 เมตร เดินมาดูสถานการณ์ ก่อนจะหลบหนีไป แต่ภายหลังคู่กรณีพร้อมทนายความได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยตำรวจได้แจ้งข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งข้อหาไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีการตั้งข้อหา “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 แต่อย่างใด “ทั้งๆ ที่ขณะเกิดเหตุพยานบุคคลยืนยัน รวมทั้งยังพบพิรุธ ในการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้รับโทษ ซึ่งในการขอผลชันสูตรพลิกศพใหม่ เป็นครั้งที่ 2 ให้แตกต่างจากโรงพยาบาลเดิม ที่มีผลชันสูตรว่าลูกชายของตนถูกล้อรถยนต์ทับศีรษะกะโหลกแตก อันเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ต่อมาประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ตนได้รับหนังสือแจ้งผลการสอบสวน จากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ว่าสั่งไม่ฟ้องคู่กรณีด้วย
ด้านนายธีรวัฒน์ ทนายความ กล่าวว่า วันนี้มาร้องทุกข์ขอให้ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น สั่งย้ายพนักงานสอบสวนกับผู้บังคับบัญชาออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ และขอให้จเรตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวข้องด้วย ตลอดจนขอให้กองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าสอบสวนคดีนี้แทน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม



