สธ.-ททบ.5 ผนึกแพทย์แผนไทยฯ ดันธุรกิจกัญชง คาด 5 ขวบแรก โตปีละ 126%
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) และ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาวิจัยแปรรูปกัญชง และสมุนไพรไทย สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัย การแปรรูปกัญชงและสมุนไพรเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพ และทางการค้า พร้อมนำเสนองานผลการศึกษาวิจัยฯ ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ของ ททบ.5
นพ.ยงยศกล่าวว่า ความร่วมมือเพื่อประชาสัมพันธ์ผลศึกษาวิจัยการแปรรูปกัญชงและสมุนไพรไทยในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมและพัฒนากัญชงที่มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นแนวทางการใช้พืชสมุนไพรไทยในการฟื้นฟูประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 และชูสมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพของประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ผลักดันยาแผนไทยสู่ชุดสิทธิประโยชน์และบัญชียาหลักแห่งชาติ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการฟื้นฟูสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ในหน่วยบริการปฐมภูมิเพื่อลดภาระให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่
“สำหรับบันทึกข้อตกลงฯ ครั้งนี้ เป็นการนำพืชเศรษฐกิจใหม่คือ กัญชง มาดำเนินธุรกิจในรูปแบบ BCG Model (ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว) โดยใช้กลไกด้านการตลาดและสื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกตามแพลตฟอร์มกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดการค้าโลก มีรายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์กัญชงของประเทศไทยจะเติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีแรกหลังจากรัฐบาลปลดล็อกการประกอบธุรกิจ โดยตลาดกัญชงในประเทศจะมีมูลค่าสูงถึง 15,770 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 126 ต่อปี” นพ.ยงยศ กล่า
พล.อ.รังษีกล่าวว่า ททบ. 5 มีนโยบายสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับภาคการเกษตร ได้เล็งเห็นว่า กัญชง มีสารสำคัญที่สามารถนำไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาโรคและการดูแลสุขภาพได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ และช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดีจึงจับมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก พัฒนาศูนย์เรียนรู้ วิจัยและพัฒนาพืชกัญชง ขึ้น ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นำร่องทดลองปลูกกัญชงเพื่อสกัดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อไป


