ช้างที่รถทัวร์ชนเป็นช้างเตรียมปล่อยคืนป่าเคยหลุดออกมาหลายครั้งก่อนจบชีวิตลง
วันที่ 1 ตุลาคม 2559 จากอุบัติเหตุที่น่าสลดใจที่รถโดยสารประจำทางสาย กทม. – เชียงใหม่ ของ บริษัท ขนส่ง 999 จำกัด ทะเบียน 15 – 6472 กรุงเทพมหานคร ทะเบียน 15 – 6472 กรุงเทพมหานคร ชนช้างพลาย เพศผู้ มีงา จนล้มตายติดคาหน้ารถโดยสารประจำทางคันดังกล่าว เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา เวลา 22.00 น. บนถนนสายลำปาง – เชียงใหม่ ขาออก จ.ลำปาง บริเวณทางขึ้นเขาขุนตาล เลยหน่วยบริการทางหลวงขุนตาล ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง มาประมาณ 500 กิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ช้างเชือกดังกล่าวถูกชนจนติดคาหน้ารถโดยสาร และมีเลือดไหลหนองเต็มพื้นถนน นับเป็นภาพที่น่าหดหู่ และเวทนาต่อผู้พบเห็นอย่างมาก ส่วนผู้โดยสารที่มากับรถคันดังกล่าวกว่า 20 คน ปลอดภัย มีเพียงคนขับ ทราบชื่อ นายนริศ จิตตรง อายุ 45 ปี ชาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ห้องผู้ป่วยหนักอุบัติเหตุ โรงพยาบาลลำปาง
-คำเตือนเนื้อหาภาพมีความรุนแรง
หลังจากทางเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวคนขับที่ได้รับบาดเจ็บส่งไปรักษา และเร่งกู้ซากทั้งรถ และช้างที่ล้มตายลงแล้ว ก็ได้นำซากซากไปส่งยังศูนย์วิจัย และพัฒนาการสัตว์แพทย์ภาคเหนือตอนบน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อให้ทางสัตว์แพทย์ทำการตรวจชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง เนื่องจากช้างเชือกนี้เป็นช้างที่อยู่ในโครงการมูลธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ซึ่งช้างชื่อพลายอุดม อายุ 8 ปี เป็นช้างที่เตรียมจะปล่อยในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง และขณะนี้อยู่ในระหว่างปรับพฤติกรรมช้างที่บริเวณแนวป่า ซึ่งปางช้างอยู่ใกล้ถนนดังกล่าว จึงทำให้ช้างเกิดหลุดออกมา เพราะช้างพลายอุดม เคยหลุดออกมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา แล้วบุกเข้าไปยังหน่วยบริการทางหลวงขุนตาล เพื่อหาของกิน กระทั่งมาเกิดหลุดอีกครั้งจนเกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดครั้งนี้
รายงานระบุว่า ช้างพลายอุดม ได้พยายามที่จะข้ามฝั่งไปยังอีกเลนท์ถนน ฝั่งขาเข้า จ.ลำปาง เพื่อจะเข้าไปป่าอีกฝั่ง ทำให้ช้างเดินชิดไปกับขอบแนวกั้นคอนกรีตแบ่งช่องถนน ซึ่งก็มีรถบรรทุก และรถยนต์หลายคันเมื่อขับมาถึงได้จอดชะลอ และค่อยๆ ผ่านขณะที่ช้างเดิน กระทั่งช้างได้เดินไปถึงบริเวณทางโค้งขึ้นเขาเลยศูนย์บริการทางหลวงขุนตาล ช่วงนั้นมืดมาก รถโดยสารประจำทางที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว เพื่อเร่งเครื่องขึ้นเขา เมื่อคนขับมองไม่เห็นช้างที่เดินทางกลางความมืด ประกอบกับช้างกำลังหันตัวกลับบนถนน จึงทำให้รถโดยสารที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนเข้าเต็มแรง ร่างของช้างติดคาหน้ารถจนไถลไปไกลกว่า 100 เมตร สภาพหน้ารถพังยับ เลือดช้างไหลหนองเต็มพื้นถนน นับเป็นเห็นการณ์ที่ต้องตกตะลึงอย่างมาก และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใน จ.ลำปาง ที่เกิดกรณีรถชนช้าง
ด้าน นายชนมภูมิ จอมทัน ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องที่ต้องตกใจมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในครั้งแรกที่ช้างเกิดหลุดออกมา ตนได้ขอให้ทางมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เร่งหามาตรการเข้ามาป้องกัน เพราะบริเวณใกล้กับปางช้างที่เลี้ยง และปรับพฤติกรรมของช้างที่เตรียมนำปล่อยป่านั้นเกิดหลุดบ่อยครั้ง โดยนิสัยของช้างที่จะเดินศึกษาพื้นที่ มักจะเดินลงมาในลำห้วยแม่ปอนที่อยู่ใกล้ริมถนนสายลำปาง – เชียงใหม่ เมื่อเดินมาเรื่อยๆ จึงเกิดหลุดมาบนถนน ฉะนั้น จึงได้ขอให้เร่งสร้างแนวป้องกันช้างออกบริเวณนั้น ขอให้เร่งทำเผนียดไม้ระดับสูง เพื่อป้องกัน แต่ทางมูลนิธิฯ ต้องการจะสร้างรั้วลวดหนามไฟ้ฟ้า ซึ่งการสร้างคงอีกนานเพราะขาดงบประมาณ จึงยังไม่มีการสร้างแนวป้องกันใดๆ กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จากนี้ไปคงจะต้องให้ทุกฝ่ายมาหารือกัน และเร่งดำเนินการป้องกัน เพราะนับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้น
“ช้างในโครงการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ที่ผ่านมามีการนำมาปล่อยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมืองแล้ว 33 ตัว ช้างพลายอุดมที่ล้งตายลงนี้เป็นช้างหนึ่งใน 6 เชือก ที่เตรียมจะปล่อยอีก แต่ยังปรับพฤติกรรมให้เป็นช้างป่ายังไม่ได้ จึงใช้เวลาในการปรับนานกว่า 4 ปี แล้ว และจากนี้ไปจะยังมีการนำช้างมาปล่อยออกกว่า 10 เชือก ดังนั้น จะต้องมีมาตรการเข้ามควบคุม และดูแลช้างอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ซึ่งหากจะใช้คนดูแลช้างตลอด 24 ชั่วโมงก็คงไม่ได้ เพราะบุคลากรก็มีจำกัด จะต้องแก้ไขปัญหาระยะยาว ทั้งการหาแหล่งน้ำ และอาหารเพิ่มในจุดใหม่ เพื่อให้ช้างย้ายแหล่งปรับพฤติกรรม หรืออาศัยให้ไกลออกไปจากริมถนน ที่สำคัญจะต้องสร้างแนวป้องกันที่มั่นคง และแข็งแรงแบบถาวร ซึ่งเหตุการณ์รถโดยสารชนช้างครั้งนี้ อยากขะบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่สุดวิสัยจริงๆ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะช้างก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายหากเดินมาตรงนี้ และคนขับรถก็ไม่รู้ว่าตรงนั้นมีช้างกำลังเดินอยู่ จึงไม่ทันระวัง”

