เลขาธิการ อย.ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ต้นกำเนิดแหล่งกัญชา กัญชา ระบุกำลังไปได้สวย เชื่อสามารถรองรับการเปิดประเทศได้ในด้านดูงาน และสัมผัสกัญชาหลากหลายรูปแบบ ชี้ลูกชิ้นยืนกินผสมน้ำจิ้มกัญชา ไม่อันตราย เอกชนเริ่มแล้วส่งออกกัญชง เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม
วันที่ 20 พ.ย.นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ออกมาระบุ หลังนำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เยี่ยมชมการดำเนินงานของแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน และปลูกกัญชา กัญชง ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า เพื่อเป็นการสานต่อและส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชน และประชาชนที่สนใจ ปลูกกัญชา กัญชง เพื่อนำไปผลิต ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และพัฒนา นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่สนามการแข่งขันทั้งในเวทีระดับประเทศและเวทีโลก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้เข้มแข็งส่งต่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศมีความมั่นคง ซึ่งการที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับนโยบายเปิดประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้าสู่จังหวัด

นายแพทย์ไพศาล กล่าวว่า ทั้งนี้ บุรีรัมย์เป็นแหล่งปลูกพืชกัญชาและกัญชงที่สำคัญของประเทศ จึงเป็นวัตถุดิบที่จังหวัดส่งเสริมให้มีการพัฒนาสายพันธุ์ และนำไปผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพรูปแบบต่าง ๆ อย. ได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ผลิตและแปรรูปกัญชากัญชง 2 แห่ง คือ (1)วิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรเพื่อการแพทย์ ซึ่งมีการปลูกกัญชาในระบบควบคุมแสงในอาคาร (In door) และปลูกในโรงเรือนป้องกันแมลง (กรีนเฮ้าส์) โดยจะมีการขยายแปลงปลูกในระบบเปิด (Out door) เพื่อหาพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของภาคอีสาน จะได้ลดต้นทุนการปลูกและแปรรูป ช่วยให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน และ

(2) บริษัท สยาม เรวะ (2020) จำกัด ได้รับอนุญาตปลูกกัญชงรายแรกของจังหวัดในแบบระบบปิด มีการควบคุมคุณภาพและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ มีการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อให้ได้กัญชงที่มีคุณภาพสำหรับการส่งออกและต่อยอดผลิตนอกจากนี้ อย.ได้ทำการศึกษาถึงการนำน้ำกัญชา ไปผสมกับน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกิน ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ทาง อย.ยินดีส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในการใช้กัญชาเป็นส่วนผสมในการผลิตลูกชิ้น เพื่อให้ปลอดภัย
เลขาธิการอย. กล่าวด้วยว่า อย. สนับสนุนให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ และที่ผ่านมาได้ปลดล็อกข้อกฎหมายเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร

นายแพทย์ไพศาล กล่าวว่า ล่าสุด พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 กำลังหมดสิ้นสภาพในวันที่ 9 ธ.ค. นี้
ประเทศไทย จะหันมาใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด และมีการประกาศกฎกระทรวงเกี่ยวกับกัญชา ออกตามมา ซึ่งเมื่อประกาศกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้บุคคธรรมดา หรือ นิติบุคคล สามารถร่วมกับผู้อนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร สามารถ “ขออนุญาตปลูกได้เลย” ไม่จำเป็นต้องรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน แต่ยังคงต้องเป็นการปลูกกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ แต่ก็นับว่าได้มีการคืบหน้าการทะลายข้อจำกัดไปได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว

