อัยการเร่ง ป.ป.ช.ส่ง ‘พิกิฏ’เลขาฯรมว.วัฒนธรรม คดีทุจริตฯยาง ฟ้องศาลคดีทุจริต 30 พ.ย.

20.11.21 | 14:43 น.

อัยการปราบทุจริตฯ ภ.3 ส่งหนังสือถึง ปธ.ปปช.เร่งส่งตัว “พิกิฏ” เลขาฯรมว.วัฒนธรรม คดีทุจริตฯยางให้อัยการฟ้องศาลคดีทุจริต 30 พ.ย.นี้ หลังบางข้อหาขาดอายุความแล้ว ยังเหลือ ม.151 อายุความ 20 ปี


เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา นายปรีชา พงษ์พานิช รองอธิบดีอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการสํานักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 3 ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องขอให้ส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาไปฟ้อง โดยอ้างถึงหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกอบเรื่องกล่าวหาคดีที่ ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีอาญากับนายพิกิฏ ศรีชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาลสุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 152, 157 (ในคดีกล่าวหาทุจริตโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา ปี 2549, 2550 และ 2551 เมื่อครั้งสมัยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยโสธร)

อัยการสูงสุดได้พิจารณารายงานการไต่สวนและความเห็นกรณีดังกล่าวข้างต้นแล้วมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 151, 152, 157 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 7, 8, 13

ต่อมาอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งยุติการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เฉพาะในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152, 157 เนื่องจากคดีขาดอายุความ

Advertisement

ซึ่งคดีนี้เหตุเกิดที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร และ ต.กุดชุม อ.กุดชุม จ.ยโสธร จึงต้องฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 และอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 3 เป็นผู้ดำเนินคดี

จึงเพื่อโปรดดำเนินการแจ้งผู้ถูกกล่าวหา ไปรายงานตัวต่อพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 3 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. เพื่อดำเนินการฟ้องคดีตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และขอให้ดำเนินการจัดการให้ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อหาที่ยังไม่จาดอายุความคือข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ซึ่งข้อหาคดีนี้อายุความ 20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้โทรศัพท์สอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ ปรากฏว่าได้ทราบเรื่องและมีความเป็นห่วง และมีการประสานไปยังผู้เกี่ยวให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความโดยเร็ว