สธ.วางเกณฑ์เข้ม ฉีด 2 เข็ม-ตรวจ ATK ก่อนเข้า รพ. สพฐ.คาด 1 ธ.ค.ออนไซต์ 100%

สธ.วางเกณฑ์เข้ม ฉีด 2 เข็ม-ตรวจ ATK ก่อนเข้า รพ. สพฐ.คาด 1 ธ.ค.ออนไซต์ 100% ยุโรประบาดหนัก ‘ฮู’ หวั่นดับ 5 แสน

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สธ.ได้ออกแบบมาตรการโควิด ฟรี เซตติ้ง (COVID Free Setting) เพื่อให้การเปิดกิจการ/กิจกรรม สถานบริการต่างๆ รวมถึงการเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาลมีความปลอดภัย โรงพยาบาล (รพ.) ถือเป็นสถานบริการรูปแบบหนึ่งมีผู้มารับบริการจำนวนมาก ดังนั้น ต้องทำพื้นที่ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 เช่นกัน จึงมอบนโยบายให้ทุก รพ.ในสังกัดใช้มาตรการโควิด ฟรี เซตติ้ง เหมือนกับสถานบริการทั่วไปคือ บุคลากรต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ ส่วนผู้รับบริการ หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ ต้องตรวจคัดกรองด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ก่อนเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและผู้รับบริการรายอื่น จะเร่งให้ รพ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงาน และองค์กรอื่นๆ ปฏิบัติตาม

“ส่วนของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ได้มีหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (มท.) และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทุกจังหวัด ให้เร่งรัดการฉีดในผู้ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากกลุ่มนี้เมื่อป่วยจะเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง รวมถึงให้ขยายการฉีดในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ทั้งที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและไม่ได้ขึ้นทะเบียนด้วย และกำหนดจัดสัปดาห์ฉีดวัคซีนสู่เป้าหมาย 100 ล้านโดส ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน-วันที่ 5 ธันวาคม” ปลัด สธ.กล่าว

ขณะที่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะโฆษก สพฐ. กล่าวว่า ภาพรวมการเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียร้อย แม้จะมีโรงเรียนบางแห่งเปิดเรียนรูปแบบออนไซต์แล้วพบเด็กติดเชื้อบ้าง แต่โรงเรียนสามารถรับมือ ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนด ไม่ว่าจะสั่งนักเรียนและครูกลุ่มเสี่ยงให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เรียนออนไลน์ ทำความสะอาด ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในทุกพื้นที่ ให้ทุกระดับชั้นจัดการเรียนการสอนออนไลน์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะมีโรงเรียนเปิดออนไซต์เกือบ 100%

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ดร.ฮานส์ คลุ้ก ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก เตือนว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตในยุโรปจากโควิด-19 อาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 500,000 ราย ในเดือนมีนาคม เว้นเสียแต่ว่าจะต้องลงมือจัดการเพื่อควบคุมสถานการณ์ทันที และการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นจะเป็นตัวช่วยทำได้ทันที ปัจจัยอย่างฤดูหนาวกำลังมาถึง การฉีดวัคซีนไม่เพียงพอ และการที่ไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าแพร่ระบาดไปเป็นวงกว้างในยุโรป

อย่างไรก็ตาม การออกมาเตือนขององค์การอนามัยโลกมีขึ้นขณะที่หลายประเทศในยุโรปมีรายงานผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงทำสถิติใหม่อีกครั้งและทำให้ต้องมีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทั้งแบบที่ครอบคลุมแค่บางพื้นที่ไปจนถึงทั่วประเทศ ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้านขึ้นตามมาจนลุกลามบานปลายกลายเป็นความรุนแรงในหลายประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon