จับแล้วหนุ่มขายขนมปังชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อย่านพระราม 2 อ้างทำงานเงินไม่พอใช้

22.11.21 | 12:49 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ  นวลมา ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร  จินตกานนท์  รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. แถลงข่าวจับกุม หลัง พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.อชิรวิทย์ ทองจันดี ผกก.สน.แสมดำ พ.ต.ท.สรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส.สน.แสมดำ และเจ้าหน้าที่สืบสวนสน.แสมดำ จับกุมนายภูหลวง หรือดี้  ชีวะกุล  อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลาง เงินสด จำนวน 140 บาท เงินเหลือจากทรัพย์สินที่ได้ไป 5,800 บาท, มีดทำครัว ปลายแหลม ยาวประมาณ 11 นิ้ว (อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ), รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาโซนิค สีน้ำเงินขาว ทะเบียน 2กว 2268กรุงเทพฯ มีตะกร้าผลไม้พลาสติกสีส้มอ่อนพาดเบาะหลัง จำนวน 1 คัน รถที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุและหลบหนี และเครื่องแต่งกายที่ใส่ไปก่อเหตุได้แก่ หมวกนิรภัยแบบเต็มสีขาว, เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำมีลายขาว, ปลอกแขนสีดำ, กางเกงสแล็คขายาวสีดำ, รองเท้าผ้าใบสีขาว จับกุมได้  ภายในอาคารพาณิชย์ เลขที่ 189/607 หมู่ที่ 5 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 07.45 น.


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พ.ย. เวลาประมาณ 21.46 น ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับแจ้งจากผู้จัดการร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ ว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุใช้มีดจี้ชิงทรัพย์พนักงานในร้านและหลบหนีขับขี่รถจักรยานยนต์ไป สอบถามทราบว่าคนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างผอมสูง สวมใส่หมวกกันน๊อคเต็มใบสีขาว เสื้อยืดสีดำมีลายสีขาวหน้าหลัง กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ได้เข้ามาในร้านเดินมาบริเวณหลังเคาท์เตอร์คิดเงิน และก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำครัวปลายแหลม มาข่มขู่ล็อกคอจี้พนักงานร้านให้มอบเงินให้ โดยหยิบเอาเงินสดไป 5,800 บาท และวิ่งออกจากร้านหลบหนีไปยังรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ขณะนั้นพนักงานร้านได้วิ่งออกไปดูจดจำทะเบียนรถคนร้ายได้ เห็นเป็นรถฮอนด้าโซนิค สภาพเก่า และบริเวณท้ายรถมีตะกร้าผลไม้วางยึดอยู่ โดยขับขี่มุ่งหน้าไปทางแยกบางกระดี่

ชุดสืบสวนสน.แสมดำ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ได้ตำหนิรูปพรรณคนร้ายชัดเจน จากนั้นจึงตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามโครงการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งติดตามได้แบบออนไลน์ทันที พบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ขับขี่มาจากที่เกิดเหตุมาตามถนนพระราม 2 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางกระดี่และเลี้ยวขวาเข้าซอยบางกระดี่ 32 ทะลุออกซอยแสมดำ 17 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนแสมดำมุ่งหน้าไปทาง ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ทำให้เห็นเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พร้อมกันนั้น ได้ตรวจสอบทะเบียนรถคนร้ายตามแจ้ง พบผู้ถือกรรมสิทธิ์มีตำหนิรูปพรรณไม่ตรงคนร้าย จึงทำการสืบสวนทางเทคนิคจนทราบว่าบุตรชายเจ้าของรถชื่อนายภูหลวง อายุ 26 ปี มีส่วนสูงและตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุมาก และทราบว่าบิดานายภูหลวง เปิดร้านซ่อมรถและพักอาศัยอยู่อาคารพาณิชย์ใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายขับขี่รถจักรยนต์หลบหนีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงออกไปซุ่มสังเกตดูบริเวณอาคารพาณิชย์ดังกล่าว เห็นชาย-หญิงสูงอายุออกมาเปิดประตู มองเห็นมีรถจักรยานยนต์ตำหนิรูปพรรณเดียวกับรถคนร้ายจอดอยู่ภายใน  จึงเข้าไปแสดงตัวและขอทำการตรวจค้น

จากการตรวจพบตัวนายภูหลวงให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ไปก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์เอาเงินสดจากร้านสะดวกซื้อ สาขาอมรชัย 4 ตามวันเวลาที่เกิดเหตุจริง โดยเงินสดที่ได้นำไปใช้หนี้เกือบทั้งหมด เหลืออยู่ 140 บาท จากการสอบสวนทราบว่าประกอบอาชีพขายขนมปังแต่เงินไม่พอใช้จึงก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจยึดอาวุธมีด ยานพาหนะ เครื่องแต่งกายทั้งหมดไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

Advertisement