เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)ฐานะหัวหน้าศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (หน.ศปน.บช.น.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น./รอง หน.ศปน.บช.น.และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น./เลขา ศปน.บช.น. สั่งการให้ชุดสืบสวนสืบสวนปราบปรามและจับกุมเครือข่ายแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบออนไลน์ ชื่อ “Cash Go” มีการปล่อยเงินกู้ให้กับบุคคลทั่วไปผ่านแอพพลิเคชั่นใน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยให้ผู้กู้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงใน โทรศัพท์เคลื่อนที่ จากนั้นแอพพลิเคชั่นจะขอเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น รูปภาพ, ตำแหน่งการใช้งาน และรายชื่อ ผู้ติดต่อในโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ทำการกู้เงินจำนวนหนึ่ง มีระยะเวลากำหนดชำระคืน 7 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ย 234 % ต่อเดือน และหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา ก็จะให้พนักงานโทรศัพท์และส่งข้อความไปยังบุคคลที่สาม ในลักษณะข่มขู่ และประจาน ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสียชื่อเสียง ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จำนวนมาก
พล.ต.ต.นพศิลป์ จึงเร่งทำการสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าวมีผู้ควบคุมดูแลแอพพลิเคชั่นเงินกู้เป็นนายทุนชาวจีน ซึ่งพักอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมย่านพระราม 9จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นต่อศาลอาญา เพื่อเข้าทำการตรวจค้น ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน บก.สส.บช.น. ร่วมกันนำ หมายค้นศาลอาญาเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของนายทุนชาวจีน ที่อาคารสยามคอนโดมิเนียม ถ.พระราม 9 ซอย 3 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. พบนายเจี๋ย หลิว อายุ 35 ปี สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นผู้พักอาศัยในห้องพักดังกล่าว และนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในห้องพักพบสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้ ได้แก่ 1.สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ ของบุคคลอื่น (บุคคลรับจ้างเปิดบัญชี) จำนวน 17 เล่ม 2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 23 เครื่อง, 3.ซิมการ์ดโทรศัพท์ (จดทะเบียนในนามผู้อื่น) จำนวน 13 ซิมการ์ด
พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่านายเจี๋ย ให้การว่าเป็นผู้ดูแลจัดการแอพพลิเคชั่นเงินกู้ Cash Go, Royal Cash, Thai Cash, Cash Wai และ K Cash และถือสมุดบัญชีธนาคารซึ่งผูกกับซิมการ์ดหมายเลขโทรศัพท์ที่มีบุคคลอื่นเปิดไว้ โดย นายเจี๋ย จะมีหน้าที่ถือสมุดบัญชีพร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์ของผู้อื่นเพื่อทำการโอนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ และรับโอน เงินจากลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเงินกู้ หรือเลื่อนการชำระเงินกู้หากลูกหนี้คนใดไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะแจ้งให้ พนักงานทวงหนี้ ทำการส่งข้อความและโทรศัพท์ไปยังครอบครัว และบุคคลในที่ทำงานที่ผู้กู้บันทึกรายชื่อไว้ใน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ในลักษณะประจาน และข่มขู่ ให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย จากนั้นจึงนำตัว นายเจี๋ย หลิว พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับ อนุญาต, ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 5, 11, 39, 41 และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ทั้งนี้จะสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวหากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตาม ขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

