ศุกร์นี้ ลุ้น ‘ศบค.’ ชุดใหญ่ถกผ่อนคลายมาตรการเพิ่ม จับตากิจการสถานบันเทิง
แพทย์หญิงสุมณี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 มีผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น 557,392 โดส สะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 89,894,183 โดส แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 47,034,024 ราย คิดเป็น 65.3% ของประชากรทั้งหมด เข็ม 2 จำนวน 39,724,270 ราย คิดเป็น 55.1% เข็ม 3 จำนวน 3,135,889 ราย คิดเป็น 4.4% โดยพิจารณาจังหวัด 3 อันดับแรกที่มีการฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมคนในพื้นที่สัดส่วนน้อยสุด ได้แก่ สระแก้ว 48.1% อุบลราชธานี 50.4% ขอนแก่น 52.6%
โดยจังหวัดที่มีผู้ฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมจำนวนประชากรน้อยสุด ได้แก่ 1.หนองบัวลำภู 2.นครพนม 3.บึงกาฬ 4.สกลนคร 5.กาฬสินธุ์ 6.ยโสธร 7.ร้อยเอ็ด 8.สุรินทร์ 9.แม่ฮ่องสอน และ 10.สมุทรสงคราม ขณะที่พบว่ายังมีผู้ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกจำนวน 10 ล้านคน ซึ่งขอความร่วมมือจากภาคส่วนประชาสังคมและผู้นำชุมชนช่วยเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้เพิ่มขึ้น เพราะหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพียงแห่งเดียวคงไม่สามารถช่วยให้ฉีดวัคซีนครอบคลุมสำเร็จทั้งหมดได้ เนื่องจากตอนนี้ทุกจังหวัดมีปริมาณวัคซีนที่เพียงพอ และสามารถกระจายให้คนในพื้นที่ได้ทั่วถึงแน่นอน
“การฉีดวัคซีนไม่ใช่เพียงการรับสถานการณ์เปิดประเทศเท่านั้น แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของคนไทย เพราะเรารับนักท่องเที่ยวเข้ามา คนไทยก็มีการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ถือเป็นการกลับมาใช้ชีวิตในแนววิถีใหม่ของคนไทย อาทิ การผ่อนคลายเปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษา หากครูและบุคลากรทั้งหมดได้รับวัคซีนครบ 100% แล้ว จะทำให้นักเรียนหรือนักศึกษามีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงในตลาดสด หากพ่อค้าแม่ค้าและผู้ไปใช้บริการได้รับวัคซีนครบถ้วน ก็จะปลอดภัยมากขึ้น จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน นอกเหนือจากการได้รับวัคซีนแล้ว ยังต้องเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคลไปด้วยกัน เพื่อให้ควบคุมการระบาดไม่เกิดเป็นวงกว้างมากขึ้น และสามารถขับเคลื่อนการเปิดประเทศได้มากขึ้นด้วย ศบค.จึงต้องขอบคุณผู้ที่ไปรับการฉีดวัคซีน และผู้ที่สนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นในทุกหน่วยงาน เพราะแสดงถึงความรับผิดชอบของตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ ซึ่งขณะนี้พยายามรณรงค์ให้ไปฉีดวัคซีนกันมากที่สุด” แพทย์หญิงสุมณีกล่าว
แพทย์หญิงสุมณีกล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 22 พฤศจิกายน 2564 มีรายงานบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 4,270 คนทั่วประเทศ ประกอบด้วย แพทย์ 198 คน นักศึกษาแพทย์ 34 คน วิชาชีพในหน่วยงานสาธารณสุข ได้แก่ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ทันตแพทย์เภสัชกร เวรเปล นักวิชาการสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงพนักงานออฟฟิศที่อยู่ในสถานพยาบาล อาทิ แม่บ้านทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ห้องยา ห้องแล็บ ห้องเวชระเบียน โดยแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด 198 คน ถือว่าเป็นจำนวนที่สูง มีทั้งวิสัญญีแพทย์ อายุรแพทย์โรคไต อายุรแพทย์โรคหัวใจ อายุรแพทย์ทั่วไป สูตินารีแพทย์ และแพทย์ปฏิบัติงานห้องฉุกเฉิน โดยขอขอบคุณความทุ่มเทของแพทย์ บุคลากรด้านสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า ที่ทำงานอย่างหนักตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเริ่มมีการระบาดโควิด
แพทย์หญิงสุมณีกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ผ่านท่าอากาศยาน มีผู้เดินทางเข้ามาใหม่รายวัน จำนวน 4,019 คน สะสมตั้งแต่วันที่ 1-23 พฤศจิกายน 2564 จำนวน 94,756 คน พบมีผู้ติดเชื้อโควิด 126 คน คิดเป็น 0.13% ของผู้ที่เดินทางเข้ามาทั้งหมด ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก โดยในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมคณะทำงาน ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์ในช่วง 2 สัปดาห์ และพิจารณาว่าการดำเนินงานตามนโยบายตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จะสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะผ่อนคลายได้มากขึ้น อาทิ การปรับพื้นที่ระดับสี การปรับมาตรการต่างๆ การรายงานความก้าวหน้าเรื่องการรับแรงงาน 3 สัญชาติ เข้ามาในประเทศ และเรื่องที่อยู่ในความสนใจคือ มาตรการสำหรับกิจการสถานบันเทิง จึงขอให้ติดตามมติสรุปผลการประชุม ศบค.ต่อไป

