สธ.เผยหลังเปิดปท. เข้ามาแล้วเกือบหมื่นราย พบติดโควิด 126 คน
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมทั่วโลก ว่า ภาพรวมระดับโลกมีรายงานติดเชื้อวันละ 5 แสนกว่าราย สะสม 258.9 ล้านราย วันนี้เสียชีวิตเพิ่ม 6,755 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 5.1 ล้านราย นับว่าเป็นการระบาดใหญ่ ทำให้เจ็บป่วยและเสียชีวิตสูง
“ช่วงนี้มีหลายภูมิภาคของโลกการติดเชื้อดูกลับมาสูงขึ้น แต่การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมสูง ทำให้การเสียชีวิตและรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) ไม่ได้สูงตามจำนวนการติดเชื้อ ส่วนการเปิดประเทศของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1-23 พฤศจิกายน มีผู้เดินทางเข้ามา 94,756 คน พบว่า ระบบไม่กักตัว (Test&Go) 73,383 คน ติดเชื้อ 60 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.08 ระบบแซนด์บ็อกซ์ (SandBox) 17,319 คน ติดเชื้อ ร้อยละ 0.19 และเข้าระบบกักกัน (Quarantine) ทั้ง 7 และ 10 วัน รวม 4,054 คน ติดเชื้อ 33 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.81 ภาพรวมทุกประเภทพบ 126 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.13” นพ.เฉวตสรร กล่าว
นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ส่วนประเทศต้นทางนั้น พบว่ามาจากสหรัฐอเมริกาสูงสุด 11,458 คน เยอรมนี 9,761 คน เนเธอร์แลนด์ 7,904 คน อังกฤษ 4,700 คน นอกจากนี้ ยังมีญี่ปุ่น รัสเซีย ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้ ประเทศต้นทางที่อัตราติดเชื้อสูงสุดคือ สวิตเซอร์แลนด์ เดินทาง 43 คน พบติดเชื้อ 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 2.33 จอร์เจีย เดินทาง 49 คน ติดเชื้อ 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 2.04 ไนจีเรีย อียิปต์ ลาว และออสเตรีย กลุ่มเหล่านี้สูงกว่า ร้อยละ 1 ทั้งสิ้น แต่ผู้เดินทางเข้ามาจำนวนน้อย และพบติดเชื้อประมาณ 1-2 คน ทำให้อัตราติดเชื้อดูสูง
“การตรวจทันทีที่เดินทางเข้ามา หลายคนอาจจะกังวลว่าเร็วไปหรืออาจติดเชื้อวันหลัง แต่เรามีมาตรการ โดยให้คำแนะนำว่า ถ้ามีอาการป่วยหรือสงสัยก็ให้ตรวจซ้ำด้วย ATK หากเจอผลบวกก็เข้ารับการดูแล แต่ระบบใดๆ ก็ตามไม่สามารถป้องกันได้ 100% จึงสำคัญที่ว่า คนไทยฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมสูง สวมหน้ากากให้ดี รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ช่วยให้เปิดประเทศได้ราบรื่นต่อไป” นพ.เฉวตสรร กล่าว

