อีก1กม.จะถึงบ้าน เก๋งแซงไม่พ้น ชนสิบล้อ ดับยกคัน 4 ศพ แม่รุดดูศพลูกร่ำไห้แทบขาดใจ

2.10.16 | 22:36 น.

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 2 ก.ย. ร.ต.อ.ทรงกลด อุปฮาด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถเก๋งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในพื้นที่ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นครพนม กู้ชีพ อบ.กุรุคุ กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ ปภ.นครพนม

ที่เกิดเหตุบนทางหลวงหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ฝั่งขาออกตัวเมือง บ.หนองหญ้าไซ หมู่ 7 หลัก ก.ม.ที่ 213-214 หน้าบริษัท บุญทะพานฟาร์ม จำกัด พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน ทะเบียนหัวลาก 70-0808 นครพนม ทะเบียนลูกพ่วง 70-0808 นครพนม ตกคลองริมถนนดังกล่าว กระจังหน้ารถหลุดออก ด้านข้างตัวรถระบุบรรทุกพืชผลทางการเกษตร และมีสติ๊กเกอร์รูปโดเรม่อนบินติดอยู่ ส่วนคนขับเปิดประตูรถหลบหนีไปในความมืด

ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9914 เชียงใหม่ สภาพกระจังหน้ารถพังหม้อน้ำแตก กระจกแตกละเอียดสภาพยับเยินทั้งคัน จอดนิ่งริมไหล่ทางท้ายเกยกับต้นประดู่ ในซากรถพบศพนายวิวัฒน์ ต้นปรึกษา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ เบาะข้างคนขับพบศพนางมัททนียา บุญมาวงษา อยู่เลขที่ 66 ถ.อภิบาลบัญชา ต.หนองแสง อ.เมืองนครพนม เบาะหลังคนขับพบศพนายพิษณุ พรมมาลุน อายุ 27 ปี และ น.ส.ยุธิดา เพ็งที อายุ 29 ปี สภาพศพทั้ง 4 รายเสียชีวิตคาที่

หลังเกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องประสานเครื่องตัดถ่างจาก ปภ.นครพนม และเทศบาลเมืองนครพนม มาช่วยงัดร่างออกอย่างทุกลักทุเลใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถได้ทั้งหมด
201610022213372-20070327123839

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง 10 ล้อออกจากตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า ที่มีนายวิวัฒน์ เป็นคนขับมุ่งหน้ามาจาก จ.สกลนคร แซงรถคันอื่นที่วิ่งมา แต่หลบเข้าช่องจราจรตัวเองไม่ทัน กระทั่งชนเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว จุดเกิดเหตุอยู่ห่างบ้านพักแค่ 1 กิโลเมตรเศษ ซึ่งจะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริเวณเกิดเหตุเป็นเนินประกอบ ช่องจราจรแคบ มืดมาก ไม่มีไฟส่องสว่าง หลังเกิดเหตุได้มีนางคำแปลง พรมมาลุน วัย 48 ปี ชาว บ.ด่านเก่า ได้มายังที่เกิดเหตุเห็นศพนายพิษณุ บุตรชายคนโตวัย 27 ปี ที่เจ้าหน้าที่กู้ศพออกจากซากรถเป็นรายแรก ถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างหนัก โดยมีน้องชายผู้ตายมาโอบกอดศพ เป็นที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น