เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีศาลสั่งจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ส.ต.ต.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น ผบ.หมู่งานและป้องกันปราบปราม สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ใช้อาวุธปืนยิงนายอัสนีชัยพล เจริญวินิจ อายุ 30 ปี หนุ่มคลุ้มคลั่งที่ถือมีดไล่ฟันคนอยู่หน้าโรงพักจนเสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2558 ว่า เรื่องดังกล่าวต้องไปดูรายเอียดอีกครั้งว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา เป็นผู้ตัดสิน แต่โดยหลักการเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกดำเนินคดีระหว่างปฏิบัติหน้าที่และถูกศาลจำคุก ทาง ตร.จะต้องแต่งตั้งทนายให้เพื่ออุทธรณ์หรือต่อสู้คดีให้ จะต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด ส่วนกรณีโลกโซเชียลวิจารณ์ว่าตำรวจชั้นประทวนถูกดำเนินคดีขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีผู้ใหญ่เหลียวแล แต่ระดับนายพลหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่เห็นมีใครถูกดำเนินคดีนั้น ตนมองว่าการวิจารณ์สามารถวิจารณ์ได้ แต่ที่ผ่านมาตำรวจระดับนายพลหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ถูกฟ้องดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.3 โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากที่มีการลงโชเชียล ออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ กรณีของ นายอัสนีชัยพล เจริญวินิจ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 119/458 หมู่1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถูกข้าราชการตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ยิงเสียชีวิตหน้าสภ.ฯ ขณะที่ข้าราชการตำรวจกำลังนับของกลางยาไอช์ จำนวน 14 กก. ที่เพิ่ง จับกุมมา ในโชเชียลต่างๆ นั้นมีรายละเอียดต่างๆ มากมาย ตามข้อเท็จจริงตามสื่อออนไลน์และมีการเสนอความคิดเห็นต่างๆ นานา รวมทั้งมีการแจ้งผลคำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วยนั้น
“กระผมขอเรียนชี้แจงในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าหน่วยในขณะนั้น (รรท.ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์) เพื่อให้สังคมทั่วไป และ ข้าราชการตำรวจ ทราบถึงข้อเท็จจริงว่า การแสดงความคิดเห็นต่างๆ อาจทำให้เกิดสับสนมีอคติเกิดขึ้นทุกภาวะทั้งบวกและลบ อาจกระทบถึงองค์กรต่างๆ ชึ่งมิเป็นผลดีในภาพรวมเลย และ นำรายละเอียดของสำนวนมาเปิดเผยในที่สาธารณะอาจผิดกฏหมาย หรือละเมิดต่ออำนาจศาลได้ เพราะกระบวนการต่างๆ ยังมิจบสิ้น ต้องเคารพในคำพิพากษาของศาล ส่วนการอุทธรณ์ ต้องดำเนินการภายใน 30 นับแต่มีคำพิพากษา หรือหากมีเหตุที่จะต้องขยายการอุทธรณ์ สามารถยื่นคำร้องได้ ส่วนหลังมีคำพิพากษาผู้บังคับบัญชา รับรองโดยใช้ตำแหน่งประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีต่อไป ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง กระผม และ พ.ต.อ.นิตินันท์ฯ. ผกก.สอบสวน ภ.จว.ปทุมธานี และเป็นหัวหน้างานสอบสวนในขณะนั้นได้ประสานงานกับท่าน อัยการที่แก้ต่าง ให้ข้าราชการตำรวจแต่แรก เพราะเรื่องนี้ เป็นกรณีที่ประชาชนฟ้องเอง ตามสิทธิ์ของกฏหมาย ส่วนขั้นตอนอื่นยังอยู่ในระหว่างดำเนินการเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะเกิดความสูญเสียของทุกฝ่ายทั้งครอบครัวผูเสียชีวิต ความรู้สึกของสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น้องข้าราชการตำรวจที่เป็นคู่กรณีดังกล่าว ชึ่งเรื่องดังกล่าวผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ภ.1 ได้กำชับให้ควบคุมการปฏิบัติการสอบสวนตรงไป ตรงมา และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
“กระผมในฐานะหัวหน้าหน่วยที่เกิดเหตุก็รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับท่านทุกคน ผู้บังคับบัญชาทุกท่านได้กำชับให้ดูแลเรื่องมนุษยธรรม กับผู้เสียหายเต็มที่ แม้บางครั้งสิ่งที่ผมพยายามพูดคุยกับพ่อ แม่ ผู้ตายอาจมิได้รับความสนใจเท่าที่ควร ผมและข้าราชการตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ไปร่วมรับศพออกจาก รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แต่แรกและไปร่วมงานฟังสวดทุกคืน และได้แสดงความรับผิดชอบต่างๆ หากพ่อแม่ผู้ตายต้องการ แต่ทราบภายหลังว่าไปใช้สิทธิ์ฟ้องเอง ผมเองก็คงเพียงเคารพในสิทธิ์ กรณีของข้าราชการตำรวจผมเรียนเลยว่าผมห้ามให้ทุกคนพูดถึงกรณีนี้ เพราะเกรงจะขยายข้อขัดแย้ง หรือซ้ำเติมเหตุการณ์ ให้เลวร้าย หลังเกิดเหตุกระผมให้ข้าราชการตำรวจคนดังกล่าว มาทำงานใกล้ชิดผมตลอดเวลา ผมอยากให้ทุกคนที่เป็นข้าราชการตำรวจ หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆนั้นขอได้ยุติ เพื่อผลดีต่อทุกฝ่าย ผู้บังคับบัญชา ไม่มีวันที่จะทอดทิ้ง ลูกน้อง แน่นอน เพราะเขาเป็นสายเลือดเราทั้งลูก และน้อง ครับ แต่เราต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมให้สมบูรณ์ รายละเอียดต่างๆ ผมคงไม่สามารถพูดหรือ บอกว่าทำอะไรบ้าง แต่กระผม และทีมงานเดิมยังประสานงานปรึกษากันมาโดยตลอดครับ เพราะเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมครับ และผมขอขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจต่างๆ เป็นเรื่องดี แต่อยากให้ดำเนินการโดยไม่กระทบสิทธ์ของบุคคล หรือองค์กรอื่น สิ่งที่ผมได้ชี้แจง กระผม ชี้แจงในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของข้าราชการในขณะที่เกิดเหตุ ไม่สบายใจและเป็นห่วงในข่าวสารออนไลน์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรวมถึงการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงครับ เกรงว่าจะมิเป็นผลดีกับทุกฝ่าย”

