ตร.ปส.รวบ 25 ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ยึดอื้อ ยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด กัญชา 708 กก.ไอซ์212 โล พบ 2 ชาวไต้หวันทำเคผงยัดสบู่
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต. พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปช., พล.อ.ท. ก้องเกียรติ อารีรักษ์ ที่ปรึกษา ศปป.2 กอ.รมน., นายธันวา ผุดผ่อง ผอ. ส่วนปฏิบัติการข่าวและปราบปรามยาเสพติด สำนักปราบปรามยาเสพติด และ นายจิรวัฒน์ น้อยกลาง หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 สปป. 3 กองสืบสวนและปรามปราม กรมศุลกากร ร่วมแถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติด จำนวน 15 คดี ผู้ต้องหา 25 คน ของกลาง ยาบ้า 1,226,508 เม็ด ไอซ์ 212 กิโลกรัม กัญชา 708 กิโลกรัม เคตามีน 102.7 กิโลกรัม เฮโรอีน 1 กิโลกรัม และ ฝิ่น 16 กรัม ซึ่งมีคดีที่น่าสนใจ 6 คดี จาก15 คดี ดังนี้
คดีแรก เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.1 และเจ้าหน้าที่ บก.ขส.บช.ปส.ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ
ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายหวัง ยุน เว่ย อายุ 30 ปี ชาวไต้หวัน และ นายเฉียน เตอ หวู่ อายุ 26 ปี ชาวไต้หวัน
พร้อมของกลาง 6 รายการ ได้แก่ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ชนิดผงอัดเป็นก้อนกลม บรรจุอยู่ในกล่องชุดสบู่อาบน้ำ จำนวน 177 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 6,790 กรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 22.90 กิโลกรัม, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, ถุงพลาสติกใสสำหรับห่อแพคกล่อง จำนวนหนึ่ง, กระดาษคาร์บอนสีน้ำเงิน จำนวน 1 ห่อ และ ตาชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ห้องเช่าคอนโดมิเนียม บริเวณซอยแสนสบาย แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 ได้รับแจ้งว่า นายหวัง ยุน เว่ย และ นายเฉียน เตอ หวู่ ที่พักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียม เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้า และส่งออกไปยังต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสะกดรอยและสังเกตุ พฤติการณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 สืบทราบว่า นายหวัง ยุน เว่ย และ นายเฉียน เตอ หวู่ ได้เตรียมยาเสพติดและจะส่งออกไปต่างประเทศ หลังนำกำลังเข้าตรวจค้น พบยาเสพติดซ่อนอยู่ในกล่องชุดสบู่อาบน้ำ ผู้ต้องหารับว่าเตรียมจะส่งยาเสพติดดังกล่าวไปประเทศไต้หวัน จึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2
เมื่อวันที่ 29 และ 30 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.1 ,บก.ขส.บช.ปส. และ บก.ปส.3 บช.ปส. ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายธีรภัทร์ สุภาษิตกุล อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 714/2564 ลง 11 พฤศจิกายน 2564 และ นายกิตติศักดิ์ รัตน์วงศ์ษา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 713/2564 ลง 11 พฤศจิกายน 2564
พร้อมของกลาง 1 รายการคือ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง และทรัพย์สินที่ตรวจยึด 5 รายการ ได้แก่ ที่ดินเปล่า จำนวน 3 แปลง มูลค่าประมาณ 3,030,000 บาท, อาคารชุด (คอนโด) 1 ห้อง มูลค่าประมาณ 8,810,000 บาท, บ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง มูลค่าประมาณ 8,100,000 บาท, รถยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 3,600,000 บาท และทองรูปพรรณ มูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 23,740,000 บาท
สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม ภายในบ้านพักบริเวณ ซอยกรุงเทพกรีฑา 15 (ประชาร่วมใจ) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และภายในบ้านพักตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 บช.ปส., บก.ขส.บช.ปส. และ บก.ปส.3 บช.ปส. ได้จับกุมหนึ่งในเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ หลังสืบสวนขยายผล ทราบว่าเครือข่ายมีนายธีรภัทร์ สุภาษิตกุล เป็นผู้สั่งการ
ต่อมาวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 บช.ปส., บก.ขส.บช.ปส. และ บก.ปส.3 บช.ปส.
ได้สืบสวนติดตามจับกุม นายธีรภัทร์ สุภาษิตกุล ภายในบ้านพักบริเวณ ซอยกรุงเทพกรีฑา 15 (ประชาร่วมใจ) กรุงเทพมหานคร และวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 จับกุมนายกิตติศักดิ์ รัตน์วงศ์ษา ภายในบ้านพักตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมทรัพย์สินที่ตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่3เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ กก.3 บก.ปส.2 จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายศราวุฒิ ชาเทียม อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และ นายนัฐพงษ์ สุวรรณพจน์ อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์
พร้อมของกลาง 3 รายการ ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,218,000 เม็ด, รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซีวิค สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง ฆฬ 5503 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
สถานที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกยางตลาด ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ต่อเนื่องบริเวณ ถนนเชียงยืน-ยางตลาด ต.โพนทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ห่างจากจุดแรกประมาณ 29 กม.
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ กก.3 บก.ปส.2 ทำการจับกุมนายคมศร เลิกนอก กับพวกรวม 4 นาย พร้อมด้วยของกลางไอซ์ จำนวน 120 กก. และเคตามีน จำนวน 10 กก. เมื่อขายผลได้ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวจะลำเลียงยาเสพติดจากด้านจังหวัดมุกดาหาร ไปส่งให้กับลูกค้าตอนใน
ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจค้นรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด พบยาบ้า จำนวน 7 กระสอบ จึงทำการจับกุม จากนั้นได้นำผู้ถูกจับและของกลาง มาที่ นปส.อุดรธานี จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีที่4
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอานนท์ บุญมาเลิศ อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนครนายก และนายภาณุวัฒน์ บุญมาเลิศ อายุ 41 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร
พร้อมของกลาง 4 รายการ ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 400 กก., รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่น เอสเคป สี เทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง ษม 8047 กรุงเทพมหานคร, กุญแจรถยนต์ ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ “Ford” จำนวน 1 ดอก และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
สถานที่เกิดเหตุ บริเวณปั้มแก๊สแอลพีจี พีโอออย์ สาขา 8 เลขที่ 203 ม.9 ถนนมิตรภาพ ตำบลโนนข่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น (มุ่งหน้า จ.อุดรธานี)
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านยาเสพติดว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และนำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ตอนใน ต่อมาวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 02.00 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสังเกตการณ์ได้สะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมายทั้งสองคัน มุ่งหน้ามาทาง อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา และได้เข้าจอดภายในปั้มแก๊สแอลพีจี พีโอออย์ สาขา 12 เลขที่ 58 ม.9 ถนนมิตรภาพ ตำบลโนนข่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จึงได้ทำการจับกุม พบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาแห้งอัดแท่ง) จำนวน 9 กระสอบ
จึงนำตัวและของกลาง มาที่ นปส.อุดรธานี และส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีที่5
วันที่ 2 ธ.ค.2564 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติรายสำคัญ ผู้ต้องหา 2 คน คือ นายวิโรจน์ วัฒตะนะมงคล อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนครพนม และ นายสิทธชาติ จำปาอ่อน อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดนครพนม
พร้อมของกลาง 4 รายการ คือ กัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน ประมาณ 308 กก., รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอททราจ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง งธ 3080 ชลบุรี, รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้า-หลัง 9 กน 4023 กรุงเทพมหานคร และ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
สถานที่เกิดเหตุ ปั้มน้ำมัน ปตท.เลิศสวัสดิ์ สาขา ถนน 24 เลขที่ 279 ถนนมิตรภาพ ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ถนนมิตรภาพ ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้วจ.นครราชสีมา
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ทำการจับกุมท้าวทดสะพอน ชาวลาว พร้อมด้วยของกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 227 กก. และเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 กก.2 บก.ปส.2 (ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว) ทำการจับกุมนายก้องไพร แสงเมือง พร้อมด้วยของกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 290 กก. จึงทำการขยายผล พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายจะทำการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน นำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ตอนใน ต่อมาวันที่ 1 ธ.ค. 2564 เวลาประมาณ 22.00 น. พบรถยนต์เป้าหมายทั้งสองคันดังกล่าวข้างต้น วิ่งตามกัน และได้เลี้ยวเข้าปั้มน้ำมัน ปตท.เลิศสวัสดิ์ สาขา ถนน 24 เลขที่ 279 ถนนมิตรภาพ ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
จึงทำการตรวจค้น พบของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 308 กก. จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีที่6
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 10.20 – 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก จ.ลำปาง และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 5 คน คือ นายจักรกฤษ ภวัตชินกฤต อายุ 30 ปี ที่อยู่ ชาวจังหวัดตาก ซึ่งไม่พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นรถนำ, นายไกรภพ แซ่ว้าง อายุ 25 ปี ที่อยู่ ชาวจังหวัดตาก ซึ่งไม่พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นผู้ขับขี่ขนลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติด, นายหื่อ แซ่เฮ่อ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดตาก ซึ่งไม่พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นั่งโดยสารมาด้วยกับผู้ต้องหาที่ 2, นายธีระวุฒิ ชาวสวนแตง อายุ 36 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาติ” เป็นผู้มารับของกลางปลายทาง และ น.ส.ชนิดา เห่งพุ่ม อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ซึ่งไม่พบประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นผู้มารับของกลางปลายทาง
พร้อมของกลาง 6 รายการ ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) จำนวนประมาณ 131 กิโลกรัม, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา จำนวน 1 คัน (เป็นยานพาหนะในการขนลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้ต้องหาที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วย), รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา จำนวน 1 คัน(ใช้เป็นยานพาหนะในการนำทาง/สำรวจด่านตรวจ ในการลำเลียงยาเสพติด ในครั้งนี้ ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ Honda รุ่น CITY สีเทา จำนวน 1 คัน (ใช้เป็นยานพาหนะมารับยาเสพติดของกลาง), โทรศัพท์ มือถือ จำนวน 7 เครื่อง, เงินสด จำนวน 10,000 บาท
สถานที่เกิดเหตุและจับกุม
บริเวณถนนพหลโยธิน (ฝั่งขาออก) หลักกม.ที่ 59 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณโรงแรมโปเตโต้ ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนกลุ่มลักลอบขนยาเสพติดจากบริเวณถาคเหนือมายังภาคกลาง ในวันที่ 24 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 10.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับสามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 – 3 ได้ที่บริเวณถนนพหลโยธิน (ฝั่งขาออก) หลัก กม.ที่ 59 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 131 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ยห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำอยู่ภายในรถกระบะของซึ่งเป็นของกลางรายการที่ 2 ที่ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับ ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้โดยสาร และสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ 4 – 5 ได้ที่บริเวณโรงแรมโปเตโต้ ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะมารอรับของกลางที่ปลายทาง






