จากกรณีนายธงชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี พนักงานส่งเอกสารบริษัทแห่งหนึ่ง และนางปราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี มารดา เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เรื่อง น้องพั๊นซ์ ลูกสาวคนโตของนายธงชัย วัย 6 ขวบ ถูกไฟฟ้ารั่วจากเสาสปอร์ตไลท์ ในลานกีฬาชุมชนวัดคลองเตยใน 3 แขวงและเขตคลองเตย ดูดจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ขณะย่าพาไปเที่ยวเล่นในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม โดยเข้าแจ้งความไว้ที่สน.ท่าเรือแล้ว แต่ไม่มีใครมาช่วยเหลือแสดงความรับผิดชอบ และเข้าร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ในวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม นางปวีณา ได้พานายธงชัย และนางปราณี ไปพบพ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดูแลลานกีฬาชุมชนวัดคลองเตยใน 3 โดยพ.ต.อ. สมบัติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับประสานพนักงานสอบสวนแล้ว โดยสอบสวนพยานไปแล้วหลายปากขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทราบเพื่อหาผู้มีส่วนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ หากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ “น้องพั๊นซ์” ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด อาการยังคงทรงตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ล่าสุดเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นางปวีณา เดินทางไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมกับนำรถไปรับ “น้องพั๊นซ์” กลับบ้าน หลังแพทย์ที่ให้การรักษาอนุญาตให้ญาติพาน้องพั๊นซ์กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ โดยแจ้งกับนายธงชัยและนางปราณี ผู้เป็นพ่อและย่าว่า ให้การรักษาอย่างเต็มที่ และขอให้ทำใจเนื่องจากหลังเกิดเหตุน้องพั๊นซ์มีภาวะหัวใจหยุดเต้น จนสมองขาดออกซิเจน จะอยู่ในสภาพเหมือนเจ้าหญิงนิทราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องให้อาหารด้วยสายยางทางหน้าท้อง มีอาการเกร็งในบางเวลา ญาติต้องให้การดูแลใกล้ชิด และคอยดูดเสมหะทางคอที่เจาะไว้ เพื่อไม่ให้เสมหะไปอุดตันหลอดลม และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อรับยาไปทานต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องระวังเรื่องการติดเชื้อด้วย
ต่อมานางปวีณา ได้พานายธงชัย และนางปราณี พร้อมด้วย “น้องพั๊นซ์” เดินทางกลับไปบ้าน เป็นห้องเช่าย่านเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เนื่องจากตั้งแต่หลังเกิดเหตุในพื้นที่บ้านพักเดิมในชุมชนคลองเตย ทางครอบครัวต้องเดินทางไปกลับโรงพยาบาลเพื่อดูแลน้องพั๊นซ์ตลอด และก่อนที่แพทย์จะอนุญาตให้รับน้องพั๊นซ์กลับมาดูแล ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่สภาพบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องการติดเชื้อ นายธงชัยจึงได้ดิ้นรนออกไปหาบ้านเช่าที่ราคาไม่แพง และพอที่จะสามารถดูแลเรื่องความสะอาดได้ เนื่องจากที่อยู่เดิมในชุมชนค่อนข้างที่จะแออัด
นายธงชัย กล่าวว่า ที่สู้ชีวิตทุกวันนี้เพื่อลูกสาวทั้ง2คน ที่ผ่านมาหลังเลิกรากับภรรยารับที่จะดูแลลูกเอง ก่อนหน้านี้ลูกสาวคนเล็ก เป็นน้องของน้องพั๊นซ์ อายุ 2 ขวบเศษ ประสบอุบัติเหตุตกลงจากโต๊ะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน แพทย์ได้ช่วยชีวิตไว้ แต่ยังไม่เป็นปกติดีเท่าที่ควร กระทั่งน้องพั๊นซ์ มาถูกไฟดูดจนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ตนแทบหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อเห็นหน้าลูกทั้ง 2 คน ต้องลุกขึ้นสู้เพราะเราเป็นพ่อ ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกวันนี้มีแม่ของตนที่คอยช่วยดูแลหลานระหว่างที่ตนต้องออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ตนได้ตัดสินใจย้ายมาเช่าห้องพักเดือนละ 1,500 บาท ย่านสวนหลวง เพื่อดูแลลูก ถึงแม้จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
“ขอให้ลูกผมเป็นคนสุดท้าย ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีก ลานกีฬาชุมชนมีผู้ดูแล และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตคลองเตย อยากให้คนที่เกี่ยวข้องช่วยกันออกมารับผิด และต่อไปควรมีการตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก”นายธงชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางปวีณา ได้บริจาคเตียงผู้ป่วยให้กับน้องพันซ์ เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวส่วนหนึ่ง พร้อมกล่าวว่า ครอบครัวของนายธงชัย น่าสงสารมากต้องประสบกับชะตากรรมซ้ำซ้อน ลูกสาว 2 คน ต้องมาล้มป่วย ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นๆ และเรื่องของน้องพั๊นซ์ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม วอนผู้ใจบุญและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคช่วยเหลือ “น้องพั๊นซ์” เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน ต้องมีค่าใช่จ่ายในการดูแล อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สายดูดเสมหะ อาหารเหลว ยารักษา และอื่นๆ โดยติดต่อผ่านมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี สายด่วน 1134 หรือ 081-8140244
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเรื่องคดี เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รอง ผบก.น.5 รับดูแลคดีนี้ ขณะเดียวกัน นางปวีณา สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯพานายธงชัย ไปพบพ.ต.อ.สุชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี “น้องพั๊นซ์” โดยพ.ต.อ.สุชาติ ได้สอบถามเรื่องไปยัง พ.ต.ท.ยรรยง สุวรรณสอาด รอง ผกก.(สอบสวน) ท่าเรือ ได้รับรายงานว่า พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้ ได้ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น โดยส่งเรื่องต่อให้ ร.ต.อ.พิชาพัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สน.ท่าเรือ ดูแลต่อ ทั้งนี้ได้สอบปากคำเพิ่มเติมไปแล้วหลายปากพร้อมกับเรียกสอบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าในสัปดาห์หน้านี้ ที่ผ่านมาได้แจ้งข้อหาประธานชุมชนกับพวกที่รับผิดชอบลานกีฬาชุมชนวัดคลองเตย 3 ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาด เจ็บสาหัส และอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสรุปฟ้อง หากไม่ทันสัปดาห์หน้าก็จะต้องผัดฟ้องครั้งที่ 2 หลังรับรายงาน พ.ต.อ.สุชาติ ได้กำชับให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และดำเนินการด้วยความรวดเร็ว พร้อมทั้งเรียกคู่กรณีมาเจรจาตกลงค่าเสียหาย หากตกลงกันไม่ได้จะต้องนำผลคดีอาญาไปฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป

