รวบเจ๊ป.ปลา ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ สารภาพพาคนข้ามไปทำงานเขมร ตม.จับลอบขนคนพ.ย. 400 คน

8.12.21 | 13:35 น.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ. กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.อ. รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ. จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 แถลงผลการจับกุมคดีอาชญากรรม ซึ่งมีคดีที่น่าสนใจ 2 จาก 4 คดี ดังนี้


คดีที่ 1 ขยายผลจับเจ๊ ป. ปลา ตัวการรายใหญ่ค้ามนุษย์ จ. สระแก้ว

ก่อนการจับกุมในครั้งนี้ มีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา ชาวไทย 21 คน จากการสืบสวนพบว่ามีการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดพบบริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดย นางชูศรี (สงวนนามสกุล) หรือ เจ๊ ป.ปลา จะให้ลูกน้องนำพากลุ่มผู้เสียหายไปส่งยังช่องทางธรรมชาติ และลักลอบเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และจะมีชาวจีนเป็นผู้จัดการให้ผู้เสียหายพักในอาคาร โดยมีระยะเวลาการทำงานเป็นแสกมเมอร์ 5 เดือน หากจะกลับต้องเสียค่าปรับจำนวน 75,000 บาท และถ้าหาลูกค้าไม่ได้จะถูกหักเงิน กก.สา.บก.ตม.3 จึงสืบสวนสอบสวนจนมีหลักฐาน จนทราบว่า เจ๊ ป. ปลา กบดานอยู่ที่ห้องพักบริเวณ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงเข้าจับกุมพร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลซึ่งเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางที่กฎหมายกำหนด” พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, สมุดบัญชี 2 เล่ม และ รถกระบะ อีซูซุ ดีแม็ค สีดำ 1 คัน พน้อมนำส่งร้อยเวรเพื่อสอบสวนดำเนินคดี

เบื้องต้น เจ๊ ป.ปลา รับสารภาพว่าทำหน้าที่หาคนข้ามไปทำงานที่กัมพูชาโดยอ้างว่าไปเป็นผู้ดูแลเว็บพนันออนไลน์ และได้ค่าจ้าง 2,000-2,5000 บาทอต่อคน โดนทำหน้าที่นี้ในจ.สระแก้ว มาหลายปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะสอบสวนและทำการขยายผลต่อไป

Advertisement

คดีที่ 2 กวาดล้างขบวนการขนคนเข้าเมือง เดือนเดียวผู้ต้องหากว่า 400 คน

ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บก.ตม.3 ได้กวาดล้างขบวนการลักลอบขนส่งแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศผิดกฎหมาย โดยแบ่งเป็น ตม. สระแก้ว ขับกุมข้อหาช่วยเหลือซ่อนเร้น 6 คน และ ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 21 คน, ตม. กาญจนบุรี ขับกุมข้อหาช่วยเหลือซ่อนเร้น 21 คน
และ ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 273 คน และ ตม. ประจวบคีรีขันธ์ ขับกุมข้อหาช่วยเหลือซ้อนเร้น 10 คน และ ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 181 คน

นอกจากนี้ ทางสตม. ยังเปิดเผยถึงสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมว่า สตม. ได้ร่วมมือกับทางจนท.สาธารณสุข ได้ทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์กับผู้เดินทางจาก 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยคงเหลืออยู่ในประเทศ 157 คน ทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณกทม. และ ปริมณฑล
โดยยังไม่พบนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาและจาก 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีอาการติดเชื้อแต่อย่างใด

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตม. สนามบิน 1 นาย ที่ทำหน้าที่ตรวจลงตราหนังสือเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวสเปนที่ตรวจพบติดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกในไทยนั้น เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการกักตัว และไม่พบอาการติดเชื้อแต่อย่างใด รวมถึงให้ทางครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิคเช่นกัน ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตม. คนอื่นนั้น ได้มีการตรวจหาเชื้ออยู่แล้ว