สืบโคราชจับแม่ค้าออนไลน์ แบล๊กลิสต์เซลเลอร์ หลอกขายผักอบกรอบจากจีน ทำเหยื่อสูญเงินนับล้าน

11.12.21 | 13:45 น.

สืบโคราชจับแม่ค้าออนไลน์ แบล๊กลิสต์เซลเลอร์ หลอกขายผักอบกรอบจากจีน ทำผู้เสียหายสูญเงินนับล้าน


เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา จับกุม น.ส.ลลิตา หรือภาวิต์วัลค์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลแขวงลำปาง ที่ 17/2564 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง” จับกุมได้ที่ ปั๊มน้ำมันบางจากเซฟวัน ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

สืบเนื่องจาก น.ส.ลลิตามีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายโดยใช้โปรแกรมเฟซบุ๊ก โพสต์โฆษณา ลงประกาศให้ออมเงิน (แชร์ออนไลน์) หากออมเงินกับผู้ต้องหา จำนวน 10,000 บาท ภายใน 7 วัน จะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนจำนวน 11,400 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ผู้ต้องหาจำนวนหลายราย แต่เมื่อครบกำหนดเวลาออมที่จะต้องได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย แล้วไม่ได้รับเงินคืน โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่ได้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับ ผู้ต้องหาจำนวน 100,000 บาทนั้น ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง จนกระทั่งมีการออกหมายจับ และจับกุมตัวผู้ต้องหาได้

จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.ลลิตา ยังพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 748/64 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และฉ้อโกงทรัพย์” มีพฤติการณ์ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Miumiu Phawiwan” โพสต์ขายผักอบกรอบที่นำเข้ามาจากประเทศจีนในราคาถูก มีผู้เสียหายที่ได้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับผู้ต้องหาหลายราย โดยผู้เสียหายรายหนึ่งโอนเงินไปจำนวน 1,400,000 บาท แต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงซื้อขายกันได้ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

Advertisement

นอกจากนี้ น.ส.ลลิตายังมีหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ 878/64 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง” หลังก่อเหตุหลอกขายผักอบกรอบราคาถูกผ่านเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้จำนวน 258,000 บาท แต่ไม่ได้รับสินค้า จึงได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว

ทั้งนี้ยังพบว่าเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2564 มีผู้เสียหายได้ร้องเรียนผ่านสื่อว่า สั่งซื้อผักอบรอบจากผู้ต้องหา 550 ลัง จำนวนเงิน 887,000 บาท แต่ไม่ได้รับสินค้า โดย น.ส.ลลิตาอ้างว่าหมุนเงินไม่ทันและจะนำเงินมาคืนผู้เสียหาย แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ จึงไปแจ้งความไว้ที่ บช.สอท. และเนื่องจากผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง จนผู้เสียหายต้องนำข้อมูลไปโพสต์แจ้งเตือนเป็น Blacklistseller

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุหมายจับศาลแขวงลำปางจริง เบื้องต้นนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป