สั่งการ 88 สน.ทั่วกรุงส่งสายตรวจลงพื้นที่ เฝ้าระวังหน้าโรงหนัง ปรามโจ๋ยกพวกตีกัน เตือนโทษสูงเสียอนาคต

11.12.21 | 14:54 น.

บช.น.สั่งการทั้ง 88 สน.ส่งสายตรวจลงพื้นที่ถี่ ป้องปรามโจ๋ยกพวกตีกัน จัดในและนอกเครื่องแบบเตรียมเคลียร์หน้าโรงหนัง เตือนนักเรียน นักเลงยับยั้งชั่งใจตะลุมบอนกันเสี่ยงคุกโทษสูงเสียอนาคต


พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. เปิดเผยกรณีมีการยกพวกตีกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษาในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ พร้อมกับการเข้าฉายภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมีเนื้อหาการยกพวกตีกันของสถาบันการศึกษาอาชีวฯ และมีการข่าวจากกลุ่มอาจารย์ของสถาบันสายอาชีวะว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังเปิดเรียนและจากกระแสภาพยนตร์ดังกล่าวว่า บช.น.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 88 สน. สำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุยกพวกตีกันตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพิ่มความถี่มากยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุดมากขึ้น เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการยกพวกตีกันตามพื้นที่จุดเสี่ยงจนเกิดความสูญเสียหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งประสานข้อมูลกับอาจารย์ของแต่ละสถาบันกลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความเคลื่อนไหวของนักเรียนแต่ละกลุ่ม ก่อนที่จะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ยังได้สั่งการให้แต่ละพื้นที่โรงพักจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจในและนอกเครื่องแบบไปช่วยตรวจตราพื้นที่ และป้องปรามการเกิดเหตุยกพวกตีกันที่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากทราบว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ใส่เครื่องแบบหรือเสื้อช็อปของแต่ละสถาบันไปชมภาพยนตร์ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันในบริเวณโรงภาพยนตร์ได้ และหากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ทันที

“ยอมรับว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นและนักเรียนอาชีวะเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ การเปิดเข้าเรียนแบบออนไซต์ตามสถาบันการศึกษา และการเข้าฉายของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ซึ่ง บช.น.สรุปว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ก็สั่งจับตาแนวโน้มความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ไว้แล้ว หากหลังจากนี้มีคดีหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยกพวกตีกันมากขึ้นก็อาจจำเป็นต้องปรับสถานการณ์การควบคุมดูแลในแต่ละพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง จึงขอฝากเตือนไปยังกลุ่มเยาวชนและนักเรียนของสถาบันต่างๆ ว่าการยกพวกตีกันจนเกิดความรุนแรงที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามข้อหาความผิดต่างๆ ตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมาพบว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยรุ่น และอัตราโทษค่อนข้างสูงทำให้เสียอนาคตทางการศึกษาและการเข้าทำงานในอนาคต จึงขอให้ยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดความรุนแรงต่างๆ ขึ้น” พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าว

Advertisement