อึ้ง!! ‘ออกพรรษา’ ยอดตายอุบัติเหตุสูงสุด มูลนิธิเมาไม่ขับ จี้เปลี่ยนกม.จากประมาทเป็น ‘เจตนา’

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่บริเวณเกาะพญาไท อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ สู่คนหัวใจหิน” โดยนำเหยื่อเมาแล้วขับ ผู้พิการนั่งวิลแชร์ และผู้ได้รับผลกระทบฯ กว่า 50 ชีวิต มาทำของที่ระลึกมอบเป็นกำลังใจให้คนที่อยู่ระหว่างรักษาอาการติดเหล้า สถาบันธัญญารักษ์ และผู้งดเหล้าให้ครบพรรษา นอกจากนี้ยังมีการยืนไว้อาลัย และเล่นดนตรีเปิดกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องอิงฟ้า เหยื่อเมาแล้วขับวัย 4 ขวบ ที่จ.ระยอง

นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม จะเป็นช่วงที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนนท้องถนนอันเนื่องจากการเมาแล้วขับสูงที่สุด เพราะคนไทยหลายคนเชื่อว่าเป็นโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง หลังเลิกเหล้ามาครบพรรษา ทั้งนี้ กินเหล้าเราไม่ว่า แต่ขออย่าขับรถ ซึ่งก็เป็นนิสัยคนไทยที่ไม่รู้จักวางแผน ไม่มีวินัย รู้ว่าจะไปเมาก็ยังขับรถส่วนตัวไป ไม่นั่งรถแท็กซี่ พอเวลาเจอด่านโดนตำรวจจับก็ไม่ยอมรับและไปด่าเขา โดนคุมประพฤติต้องบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะก็ไม่ไป หรือไม่ก็พยายามจ่ายเงินใต้โต๊ะเขาแล้วจบๆไป

“ซึ่งเมื่อเทียบกับต่างประเทศที่ประชาชนดื่มเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์มาก เขาไม่มีปัญหานี้แล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่แต่ก่อนก็เป้นสังคมอุตสาหกรรมแบบเรา ประชาชนเขาก็กินเหล้ามาก แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์เมาแล้วขับชนเด็ก 3 คนเสียชีวิต สังคมกฌกดดันจนสภาฯผ่านกฎหมายการจราจรที่เข้มข้นกว่าเดิม อย่างเมาแล้วขับชนคนตาย ตอนนี้จำคุก 20 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งมีคนไทยที่ไปเมาแล้วขับรถชนคนตายที่โน่นศาลก็ตัดสินไปแล้ว รวมถึงเมาแล้วขับอย่างเดียวจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา รวมถึงผู้โดยสารที่นั่งรถไปกับคนเมาก็มีความผิดด้วย” นายสุรสิทธิ์กล่าวและว่า

 

IMG_2062

IMG_2064

IMG_2073

IMG_2074

IMG_2061

 

สิ่งที่อยากเห็นคือ การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจัง เมาปรับจับจริง กระทั้งคนมีชื่อเสียงหากเมาแล้วขับต้องถูกจับเป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงอยากเห็นกลไกศาลที่เอาจริงเอาจังอย่างศาลแขวงดอนเมือง ที่สั่งข้าราชการเมาแล้วขับจำคุก 2 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ความเอาจริงเอาจังตรงนี้ เชื่อว่าสามารถลดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะสถิติอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับปี 2559 ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน ล่าสุดมี 7,372 ศพ เทียบกับสถิติทั้งปี 2558 มี 11,370 ศพ โดยพบว่าแนวโน้มความเป็นไปได้ว่าสถิติอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับปีนี้ จะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

“หากจะลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับได้อย่างเห็นผลนั้น คิดว่าอาจต้องปรับแก้กฎหมายให้เข้มข้นกว่านี้ โดยเฉพาะกรณีเมาแล้วขับชนคนตาย ที่ปัจจุบันผิดเพียงขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งที่พฤติการนี้คือ เจตนาเล็งเห็นผล ที่รู้ว่ากฎหมายห้ามอยู่ ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะเสี่ยง แต่ก็ยังขับรถออกไป ตรงนี้ก็ยื่นเสนอรัฐบาล เสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าแตะ อาจเพราะเป็นการเพิ่มความเดือดร้อนของประชาชนที่กฎหมายแรงขึ้น แต่เพราะอย่างนี้ประชาชนบางคนถึงไม่กลัวกฎหมาย รวมถึงข้อเสนอให้จัดตั้งศาลจราจร ที่รับผิดชอบคดีบนท้องถนน ตั้งแต่ขับรถเร็วเกินกำหนด ฝ่าไฟแดง ตลอดจนเมาแล้วขับ ที่เวลาออกใบสั่งไปแล้ว ไม่ว่าจะลูกตำรวจหรือลูกใคร ก็ไม่สามารถขอได้ เพื่อจะทำให้คนไม่กล้าทำผิดกฎจราจร แต่ก็เสนอมา 30 ปีแล้วไม่มีใครตอบรับ” นายสุรสิทธิ์กล่าว

ด้าน นางสาวภัทราวรรณ ศิริชนม์ มารดาน้องอิงฟ้า เล่าด้วยสีหน้าโศกเศร้าว่า น้องอิงฟ้าเป็นลูกสาวคนเดียว ทุกวันนี้ยายของน้องยังทำใจกับความสูญเสียไม่ได้ ส่วนป้าที่นั่งรถไปกับน้อง ก็ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่ตนต้องทำให้จิตใจให้เข้มแข็ง ต้องผ่านไปให้ได้ ทั้งนี้ ก็ฝากคนที่คิดจะเมาแล้วขับว่าอย่าเลย เพราะเพียงเสี้ยววินาที คุณอาจสร้างความสูญเสียร้ายแรงกับคนอื่น ที่ดีเลยคือขอให้ลดละเลิกเหล้าไปเลย เพื่อคนอื่นและตนเอง

 

สุรสิทธิ์ ศิลปงาม
สุรสิทธิ์ ศิลปงาม
ภัทราวรรณ ศิริชนม์ มารดาน้องอิงฟ้า
ภัทราวรรณ ศิริชนม์ มารดาน้องอิงฟ้า

IMG_2096

IMG_2072

IMG_2084

IMG_2092 IMG_2094

IMG_2079

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้กรมชลฯ เฝ้าระวังฝนตกหนักต้นต.ค. โล่งน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลด
บทความถัดไป‘พาณิชย์’บุกยุ่น-โสมดันส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง