สธ.ขานรับประมวล กม.ยาเสพติด เน้นลดขั้นตอนปลูกกัญชา ลุ้นปลดล็อก100%
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ครั้งที่ 3/2565 วันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่มี ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุม มีการหารือในประเด็นที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ทั้งการพัฒนาระบบการจัดซื้อกัญชาและผลิตภัณฑ์กัญชา ผลงานเด่นของเขตสุขภาพ ระบบข้อมูลการใช้ยากัญชา ประมวลกฏหมายยาเสพติดใหม่ การรับรู้และตอบสนองต่อข่าวสารด้านกัญชา โอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศของ plant basedd protien จากกัญชง การพัฒนาระบบกำกับการดูแลอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ทีกัญชาและกัญชงเป็นส่วนผสม และแผนการทำธุรกิจ (business model)
ทั้งนี้ ภก.อนันต์ชัย เปิดเผยว่า ขอบคุณคณะกรรมการขับเคลื่อน หน่วยงานภายใน สธ. ภาคีเครือข่ายนอก สธ. ทั้งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร และมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ทำให้การขับเคลื่อนกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สธ.ในฐานะเจ้าภาพในการขับเคลื่อนได้รับฟังและติดตามสถานการณ์จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเกษตรกร
“เพราะเราปักหมุดแล้วว่า เราจะเดินหน้ากัญชาไปเป็นพืชเศรษฐกิจ เราต้องการเห็นความมั่นคั่งอย่างถ้วนหน้า ให้คนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเข้าถึงเท่าๆ กัน ซึ่งที่ผ่านมา เราเปิดเพจสถาบันกัญชาทางการแพทย์ เปิดเว็บไซต์ กัญชาทางการแพทย์ มีทีมของกรมสุขภาพจิตคอยติดตามข่าวสาร ความคิดเห็นของประชาชน เราก็พบว่ายังมีข้อติดขัดหลายอย่าง เราจึงนำข้อเสนอเหล่านี้ทาพูดคุยกันและพิจารณาตามประโยชน์และความเสี่ยง และนี่คือที่มาของประมวลกฏหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งตอนนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ประชาชนคงต้องติดตามรายละเอียดของกฏหมายลูกต่อไป แต่บอกได้เบื้องต้นว่า เป็นแนวโน้มที่ดีกว่าเดิมแน่นอน โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการขออนุญาต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร เพิ่มการเข้าถึงการปลูก” ภก.อนันต์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ในประเด็นการเข้าถึงการปลูกนี้ วันนี้มีเขตสุขภาพที่ 1,2,3,5,7,8 นำเสนอข้อมูล ถึงการดำเนินการในพื้นที่ พบว่ามีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งในด้านการใช้ยา ซึ่งผมเองอยู่ตั้งแต่ไม่มีการใช้ยากัญชาในระบบเลย จนวันนี้เป็นไปอย่างกว้างขวาง มีการกำหนดในแนวเวชปฏิบัติ เป็นตัวชี้วัด แต่ที่สำคัญกว่า คือ ประสิทธิผลของยาที่ดี ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนยอมรับ ในด้านการปลูก ที่มีประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น มีรายได้จากการจำหน่ายดอก ใบ ราก กิ่งก้าน ทั้งหมดเกิดจากการทำงานร่วมกัน เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
“ที่ต้องขอขอบคุณมากในวันนี้คือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ที่ได้ผลักดันกัญชาให้เข้าถึงประชาชน พัฒนารูปแบบการปลูกต่างๆ จนเป็นรูปเป็นร่าง และยังสนับสนับงบประมาณให้โรงพยาบาลซื้อกัญชาจากเกษตรกรมาผลิตยาตำรับสนับสนุนให้สถานพยาบาลใน สธ.อีกด้วย ถือเป็นการทำงานที่เอาประโยชน์ของประชาขนเป็นตัวตั้ง” ภก.อนันต์ชัย กล่าว

