โฆษกศาลชี้การลดโทษเป็นหลักสากลใช้กันทุกประเทศ กฎหมายเมืองไทยให้เป็นอำนาจของราชทัณฑ์ ระบุปัญหามาจากความเหมาะสมลดมากน้อยเเค่ไหน
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรมให้ความเห็นกรณีมีการตั้งคำถามถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจเหนือคำพิพากษาศาลฎีกากรณีการลดโทษจากการบริหารโทษ ของกรมราชทัณฑ์ซึ่งสังกัดกระทรวงยุติธรรมว่า เรื่องการลดโทษเป็นไปตามหลักการสากล ซึ่งในต่างประเทศก็มีหลักการณ์ลักษณะคล้ายๆเช่นนี้ทำได้ไม่เป็นความผิดในฐานะการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร ส่วนจะลดโทษมากหรือน้อยเเค่ไหนนั้นจะเป็นอีกประเด็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องของความเหมาะสมอีกที ว่าจะลดมากน้อยเเละจำนวนความถี่เเค่ไหน ศาลจะมีอำนาจในการวางกำหนดโทษ ซึ่งเมื่อพ้นไปเเล้วก็เป็นอำนาจราชทัณฑ์ “เเต่อำนาจศาลของประเทศไทยก็จะไม่เหมือนบางประเทศอย่างเช่น ศาลในสหรัฐอเมริกากฎหมายกำหนดศาลจะกำหนดไว้เลยว่าคดีนี้จะลดโทษได้เเค่ไหน เเต่ประเทศไทยเรากฎหมายไม่ได้เขียนไว้เเบบนั้นจึงเป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์” โฆษกศาลฯกล่าว
นายสรวิศ กล่าวตอบคำถามถึงเรื่องข้อดีข้อเสียตรงนี้ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ ต้องดูบริบทในประเทศมากกว่าอย่างของราชทัณฑ์การลดโทษก็เป็นเเรงจูงใจให้นักโทษปฏิบัติตัวดีในเรือนจำเพื่อผ้องกันไม่ให้ก่อความวุ่นวายหรือประพฤติไม่ดี เเละคนเราสามารถเปลี่ยนกันได้ เพราะหากผู้กระทำผิดอยากกลับตัวกลับใจสามารถฟื้นฟูตนเองก็ไม่จำเป็นต้องถูกขังไว้เวลานาน เเต่อีกมุมถ้าลดโทษมากเกินก็อาจจะส่งผลในการป้องปรามการกระทำผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนเรื่องจะเป็นอำนาจเหนือศาลหรือไม่นั้น นายสรวิศ กล่าวว่ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจศาลไปเกี่ยวข้องตรงนั้นเเล้ว”การลดโทษเป็นเรื่องของหลักสากลเเละยอมรับ เเต่ปัญหาจะมาจากลดเเค่ไหนเเละใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ” โฆษกศาลระบุ

