เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. นำชุดปฎิบัติการสยบไพรี บช.ปส. จับกุมนายสัญญา สายจำปา อายุ 39 ปี และนายบุญรอด(สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญการ สังกัดกรมป่าไม้ หุ้นส่วนบริษัทโคกใหญ่ทำธุรกิจส่งออกไม้ ความผิดฐาน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจับกุมนายสัญญา ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในจ.สระบุรี และนายบุญรอด ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเมืองนิวไทเป ประเทศไต้หวัน แถลงข่าวยึดเฮโรอีน 446.8 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 6 พันลบ. ซึ่งเป็นล็อตใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาของไต้หวัน ถูกซุกซ่อนอยู่ในแท่งไม้ที่ส่งมาจากประเทศไทย ต่อมา ทาง บช.ปส., ป.ป.ส., กรมศุลกากร และ เจ้าหน้าที่ทหาร จึงขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศไทย จนทราบว่ายาเสพติดดังกล่าวนำเข้ามาจากฝั่งประเทศลาว ก่อนจะถูกนำมาซุกซ่อนฝังในท่อนไม้ที่โกดังแห่งหนึ่ง ที่ซอยบงกช 35 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อสำแดงให้เป็นสินค้าไม้ ก่อนจะส่งออกไปยังไต้หวัน โดยมีผู้ต้องหาทั้งสองเป็นหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ส่งออกและเช่าโกดังเพื่อดัดแปลงท่อนไม้สำหรับการซุกซ่อนยาเสพติด จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าทำการจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่ยอมรับว่าเป็นผู้ส่งออกท่อนไม้ดังกล่าว เนื่องจากถูกว่าจ้างจากนายวัน หรือ ใหญ่ มีชัยพล นายทุนชาวลาว ให้ส่งออกไม้ไปยังไต้หวัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
ต่อมา พล.ต.ท.สรายุทธ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจจากไต้หวัน นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังไม้ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่สำหรับดัดแปลงไม้เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะตัวอย่างชิ้นไม้ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำส่งตรวจเปรียบเทียบกับตัวอย่างท่อนไม้ของกลางที่ทางการไต้หวันตรวจยึดได้ พร้อมกล่าวว่าเครือข่ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และเตรียมขยายผลเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 5 ราย โดย 1 ในนั้น มีนายทุนสัญชาติลาวรวมอยู่ด้วย ส่วนโกดังดังกล่าวจะเป็นโกดังที่ใช้สำหรับดัดแปลงท่อนไม้เพื่อซุกซ่อนยาเสพติดหรือไม่อยู่ระหว่างการเก็บชิ้นไม้เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป

