กรณี น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมรี่พาย แม่ค้าและยูทูปเปอร์ชื่อดัง พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.มนสิช ชุนดี รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างเป็นแพทย์เสริมความงาม มาสมัครงานที่คลินิค อิส คิวท์ คลินิก ซึ่งมีพิมรี่พายเป็นหุ้นส่วน โดยนำหลักฐานจากแพทยสภาและสำเนาบัตรประชาชนเป็นชื่อของแพทย์ตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่าสอบปากคำและรายละเอียดต่างๆไปแล้วส่วนหนึ่งจากต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบว่าหลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นหมอซึ่งถูกบุคคลแอบอ้างชื่อไปทำงานที่คลินิกดังกล่าว ทางผู้จัดการคลินิกตรวจสอบจนพบว่าบุคคลดังกล่าวมีการปลอมแปลงเอกสารตามที่ถูกกล่าวอ้าง มาสมัครงานที่คลินิกจริงจึงเข้าแจ้งความเอาผิดบุคคลรายดังกล่าวแล้ว โดยคดีดังกล่าวผู้เสียหายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือคลินิก ที่ผู้สมัครงานใช้ซึ่งเอกสารปลอมเข้ามาสมัครงาน ,ลูกค้าที่เข้าใช้บริการ และแพทย์ตัวจริงที่ถูกแอบอ้างชื่อ ซึ่งทางตำรวจพยายามติดต่อไปยังบุคคลที่บอกว่าถูกแอบอ้างชื่อแล้วเบื้องต้นทราบว่าอยู่ต่างประเทศและยังไม่ได้รับการติดต่อกลับส่วนตัวผู้กระทำความผิดทราบว่าหนีไปแล้วแต่เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศซึ่งอยู่กำลังเร่งติดตามตัว เบื้องต้นจากการพิจารณาพฤติกรรมผู้กระทำความผิดเข้าข่ายการกระทำความผิด 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกง แสดงตัวเป็นบุคคลอื่น, แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบ วิชาชีพเวชกรรมสาขาต่างๆ, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่มีใบอนุญาต และผู้ใดทำให้เสียหาย เอาไปเสีย ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
พ.ต.อ.เนติ กล่าวว่าทั้งนี้อยากฝากเตือนถึงแพทย์และคลินิก หากต้องการรับพนักงานเข้าทำงาน ใบประกอบวิชาชีพอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ อาจต้องหาข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อระบุตัวตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนแพทย์ที่ต้องการหางานพิเศษนั้น ต้องระมัดระวังมิจฉาชีพ จากการจับกุมคดีอื่นพบว่ามิจฉาชีพจะตั้งกระทู้ในกลุ่มว่าจะเปิดคลินิกเสริมความงาม ต้องการรับสมัครแพทย์พาร์ทไทม์ เมื่อแพทย์หลงเชื่อและส่งใบประกอบวิชาชีพในรูปแบบไฟล์มาให้พิจารณามิจฉาชีพก็จะนำใบประกอบวิชาชีพไปแอบอ้างได้

