เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำ ตร. พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบก.ปพ. ร่วมกับ พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.ปพ. พ.ต.อ.สุรชัจ สีมุเทศ ผกก.4 บก.ปพ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และยาเสพติด รวมทั้งระดมจับกุมผู้ต้องหาหมายจับคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของจังหวัดพัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียงสำหรับปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลอาญาที่ จ.641-648 /2564 เข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้งหมด 8 จุดในจังหวัดพัทลุงและสงขลา พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย นายธีระพงศ์ หรือกํานันตุ้ม เพชรตีบ อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 426/2558 ลงวันที่ 13 ก.ค. 2558 คดีปล้นทรัพย์ และความผิดต่อชีวิต ได้ที่บ้านเลขที่ 401 ม.1 ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นายบุญประเสริฐ พรหมกุล อายุ 59 ปี ในความผิดซึ่งหน้าตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และนายเอกภพ พงศ์พิศาล อายุ 39 ปี ความผิดซึ่งหน้าตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
สำหรับผลปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตามจับผู้ต้องหาคดีสำคัญไว้ได้ทั้งหมด 9 คดี คือคดีร่วมกันฆ่า, พยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืน จํานวน 2 ราย, คดีข่มขืนและรีดเอาทรัพย์ 1 ราย, คดีฉ้อโกงประชาชน และยักยอกอีก 5 คดี พร้อมกันนี้ยังตรวจยึดของกลาง อาวุธปืน 43 กระบอก แบ่งเป็นปืนยาว 16 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้น 27 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆ อีก 237 นัด รถยนต์และรถจักรยานยนต์ 42 คัน และไอซ์ 5 กรัม
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับเป้าหมายสําคัญของปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ที่นายธีระพงศ์ หรือกำนันตุ้ม อดีตกํานันใน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีฆ่า และปล้นทรัพย์จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมแปลงเอกสารอีกหลายคดี เคยถูกศาลตัดสินลงโทษจําคุกตลอดชีวิต แต่หลบหนีประกัน และไม่ยอมมาฟังคําพิพากษา จนถูกศาลออกหมายจับเอาไว้ ทั้งนี้ ทราบว่าเมื่อปี 2548 เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้น หลังจากนายธีระพงศ์ ขณะนั้นเป็นกำนันอยู่ที่ อ.ป่าบอน พร้อมพวกรวม 10 คน ร่วมกันวางแผนปล้นรถบรรทุกขนยางพารา โดยกลุ่มคนร้ายแต่งกายปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ตั้งด่านเรียกให้คนขับรถบรรทุกหยุดรถ ก่อนบังคับพาตัวคนขับรถและผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยนำไปยิงทิ้งอย่างโหดเหี้ยมถึง 3 ศพ ส่วนยางพาราทั้งหมด นายธีระพงศ์เป็นผู้นำไปขาย ได้เงินมาล้านกว่าบาท ก่อนถูกนํามาแบ่งกันในกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินคดี ศาลพิพากษาลงโทษจําเลยจําคุกตลอดชีวิต ยกเว้นนายธีระพงศ์ ผู้ต้องหาสําคัญที่หลบหนีลอยนวลอยู่ได้เพียงรายเดียว กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

