‘พวงทอง-นิติ’ ขอบคุณ ‘ฐากูร’ เป็นกระบอกเสียงอย่างเท่าเทียม – ยึดมั่น ปชต. เข้าใจคนทุกกลุ่ม
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ศาลา 7 วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ มีการจัดพิธีทำบุญบำเพ็ญส่วนกุศลแด่ นายฐากูร บุนปาน อดีตรองประธานคณะกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดยในช่วงเช้า นิมนต์พระสงฆ์ 38 รูปสวดพระพุทธมนต์ ก่อนถวายภัตตาหารเพล ต่อมาในช่วงเย็นมีการแสดงพระธรรมเทศนาและสวดพระอภิธรรม โดยบรรยากาศตั้งแต่เวลาประมาณ 16.30 น. มีผู้ทยอยเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมากภายใต้มาตรการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบริเวณทางเข้า-ออก มีการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ ให้บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ซึ่งในช่วงเวลาตั้งแต่ราว 17.00 น. มีบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ เดินทางเข้าร่วมฟังการแสดงพระธรรมเทศนา โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ (อุทัย อุทโย) เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทำบุญอุทิศ ‘ฐากูร’ อดีตรองปธ.มติชน ‘พระเทพวรสิทธาจารย์’ แสดงธรรมเย็นนี้ เสาร์ประชุมเพลิง
- ‘สุรนันทน์’ ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ‘ฐากูร’ เชื่อ มาเข้าฝัน ‘สุชัชวีร์’ ส่งหรีดอาลัย
- 2 บิ๊กแสนสิริ เผย ”ฐากูร”เป็นมากกว่าเพื่อน ชี้ เป็นผู้บุกเบิกพัฒนาเครือมติชน
- ดำรงค์ พิเดช รำลึก ฐากูร ชี้จุดยืนด้านการเมืองยึดอุดมการณ์ปชช. ต้านเผด็จการ มีคุณธรรม
ทั้งนี้ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางมาร่วมงานพร้อมกับสามี ศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.พวงทองกล่าวถึงนายฐากูรว่า ตนรู้จักกันในฐานะเป็นคนที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายครั้ง เวลามีงานของมติชนก็มักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับนายฐากูร เกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมือง ทานข้าวกันบ้าง คุณฐากูรเคยทำอาหารให้ทานที่บ้าน เพราะบ้านอยู่ใกล้มติชน
“คุณฐาคุณเป็นคนที่ทั้งมีความรู้ และน่ารัก ใครที่รู้จักคุณฐากูรก็จะรู้ว่ามีหลายมิติ ซึ่งทำให้เมื่อจากไป รู้สึกเสียดาย เพื่อนฝูงที่รู้จัก ต่างก็รู้สึกว่าเสียดายที่จากไปก่อน
“คุณฐากูรเป็นคนเวลาที่คุยด้วย จะรู้สึกว่าแกเป็นคนจริงใจ ตรงไปตรงมา มีความเป็นเพื่อน มีความเป็นมืออาชีพ มีน้ำใจกับคน ขณะเดียวกันในทางการเมืองแกเป็นคนที่แม้ว่าจะมีอายุแล้ว แต่เปิดกว้าง พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง หลากหลาย พยายามที่จะเข้าใจความคิดความรู้สึกของคนกลุ่มต่างๆ คนแต่ละรุ่น แต่ละกลุ่ม ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสมาชิกในครอบครัว เป็นเพื่อน หรือในฐานะที่เป็นสื่อมวลชน ซึ่งคิดว่านี่สำคัญ สื่อมวลชนที่จะดู ทำความเข้าใจความเป็นไปของสังคมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเยาวชนถึงคิดแบบนั้น ทำแบบนั้น ซึ่งสื่อมวลชนส่วนใหญ่ในสังคมไทยขาดสิ่งเหล่านี้ไป ขาด Common sense ขาดความเข้าอกเข้าใจ” รศ.ดร.พวงทองกล่าว
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าเวลาที่พูดถึงคุณฐากร ก็ต้องพูดถึงเครือมติชน-ข่าวสดด้วย ตนคิดว่านับตั้งแต่รัฐประหาร ปี พ.ศ.2549 เป็นต้นมา ถ้าคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในเครือมติชนและข่าวสดนั้น ขาดจุดยืนที่ชัดเจนในการทำหน้าที่สื่อ ในการเป็นกระบอกเสียงให้กับคนกลุ่มต่างๆ อย่างเท่าเทียมไม่บิดเบือน และยึดหลักประชาธิปไตย คิดว่า สังคมไทยก็จะยิ่งแย่ไปกว่านี้
“ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ต้องขอบคุณ คุณฐากูรและคนอื่นๆ ในเครือมติชน-ข่าวสด ซึ่งก็ถือว่าคุณฐากูรเป็นผู้ใหญ่ที่ยึดมั่นในสิ่งนี้ จึงทำให้ยังมีสื่อที่มีคุณภาพและไม่บิดเบือน ดำรงอยู่ในสังคมนี้” รศ.ดร.พวงทอง กล่าว

ด้าน ศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนรู้จักคุณฐากูรเพราะเมื่อก่อนไปเล่นฟุตบอลด้วยกัน สนิทกันพอสมควร และเวลามีงานคุณฐากูรก็จะมาชวน
“บางทีคุยเรื่องฟุตบอลกัน คุณฐากูรเป็นคนที่เฟรนด์ลี่ สนุกสนาน เขาเป็นคนรู้จักคนเยอะ เขาจะมีความสัมพันธ์หลายแบบกับผู้อื่น คิดว่าคนที่รู้จักเขาก็จะชอบนิสัยใจคอ
“ตอนที่บอกว่าไม่สบายผมก็ตกใจเหมือนกัน ก็ไม่คิดว่าจะป่วย ผมก็เสียใจนะที่เขาเสียตั้งแต่อายุยังไม่มาก ถ้ายังอยู่ผมคิดว่าฐากูรทำอะไรได้เยอะ เป็นคนที่มีความสามารถหลายอย่าง เป็นคนที่รู้จักคนเยอะ สามารถที่จะทำให้เราเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ได้ นี่ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของมติชน แต่เป็นความสูญเสียของสื่อมวลชนบ้านเราด้วย เพราะว่าจริงๆ ฐากูรเขาก็เป็นคนที่มีมุมมอง มีอุดมการณ์ ซึ่งก็น่าสนใจทั้งด้านการเมือง ด้านอื่นๆ” ศ.ดร.นิติกล่าว
สำหรับ นายฐากูร บุนปาน อดีตรองประธานฯ เครือมติชนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกและพัฒนาเครือมติชน ทั้งมติชน ข่าวสด และประชาชาติ จนเป็นสื่อและกิจการสื่อที่สังคมให้ความเชื่อมั่นเชื่อถือ ทั้งยุคสิ่งพิมพ์กระทั่งก้าวสู่ยุคออนไลน์ และให้ความสำคัญกับการมุ่งทิศทางออนไลน์ของสื่อในเครืออย่างมาก โดยให้คำแนะนำและติดตามผลการพัฒนาของสื่อในเครืออย่างเกาะติดและเอาใจใส่
นายฐากูรยังมาทำงานที่อาคารมติชนจนถึงเดือนตุลาคม 2563 อาการป่วยได้ทรุดลงในเดือนพฤศจิกายน เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ก่อนเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 12 มกราคม 2564 ที่บ้านพัก ด้วยวัย 59 ปี หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2562
ทั้งนี้ พิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม ประชุมเพลิงเวลา 14.30 น. ณ เมรุวัดเสมียนนารี

