ตร.เผยนักธุรกิจหนุ่มขับเบนซ์ป้ายแดงชนเก๋งดับ 3 ศพ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนด เตรียมแจ้งข้อหาขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม กรณีศูนย์ควบคุมจราจร ทางด่วน 2 รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต 3 รายบนทางด่วนศรีรัช ขั้นที่ 2 ทิศทางมุ่งหน้ามอเตอร์เวย์ ช่วงบริเวณข้ามคลองแสนแสบ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยมี น.ส.อัจฉรา เข็มทอง อายุ 30 ปี เสียชีวิต บริเวณที่นั่งเบาะหลัง นายสมศักดิ์ จามจุรี อายุ 44 ปี เสียชีวิตบริเวณที่นั่งเบาะข้างคนขับ และ น.ส.ชวพร นวลสุวรรณ อายุ 30 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฆษ 8497 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในช่องทางเลนซ้าย บริเวณท้ายด้านหลังรถถูกชนพังยับเยิน
ส่วนรถขับพุ่งเข้าชนท้ายคือรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ สีขาว ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ต-5448 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ช่องทางขวาสุด สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน โดยมีนายจินทวัส พงศ์บางลี่ หรือโบ้ท อายุ 33 ปี เป็นวิทยากรสร้างการเป็นพ่อค้าออนไลน์ และเป็นรองกรรมการผู้จัดการ เครื่องสำอางชื่อดังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมานั้น
จากการสอบสวนนายจินทวัส คนขับรถเบนซ์ ให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา เมื่อจะกลับบ้านพักย่านศรีนครินทร์ ได้ใช้ทางด่วนจากฉลองรัช และมาเปลี่ยนเป็นด่วนศรีรัช ได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะขับรถมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้ขับอยู่ในเลนปกติไม่เห็นรถคู่กรณี มาเห็นก็ตอนรถคู่กรณีเปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงพยายามเบรกแล้วแต่ไม่ทัน
ด้าน พ.ต.ท.ประสิทธิ์ วิรัตยาภรณ์ รองผู้กำกับการ งานศูนย์ควบคุมจราจร ด่วน 2 กองบังคับการตำรวจจราจร ในฐานะหัวหน้าสถานี เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์นายจินทวัสทันที พบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ถึง 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวนคดี เบื้องต้น นายจินทวัสได้ไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าบาดเจ็บบริเวณลำตัวสามารถให้การได้ ตนจึงเรียกตัวนายจินทวัสมาแจ้งข้อกล่าวหาขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะนี้ระหว่างสอบปากคำ ส่วนรถทั้ง 2 คัน จะต้องนำไปตรวจพิสูจน์ที่ กก.5 บก.จร เพื่อตรวจสอบลักษณะทิศทางการชนและความเร็วที่ใช้
(ชมคลิป)

พ.ต.ท.ประสิทธิ์กล่าวว่า กรณีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทาง สน.หัวหมาก ได้ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ รวมถึงจะตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้ง 3 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา เมื่อได้ผลมาแล้วจะนำข้อมูลมาประกอบกับสำนวนคดีที่นี่ ก่อนสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่
“ยืนยันว่าตำรวจทางด่วน 2 ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกข้อกำหนดโดยจะไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายนั้น ฝ่ายคู่กรณีต้องดำเนินการเจรจากัน ทางตำรวจไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว แต่ทราบว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะยังอยู่ในบรรยากาศของความโศกเศร้า” พ.ต.ท.ประสิทธิ์กล่าว


